Share This Post

Main Slider / New Model Express / Sedan

รีวิว All New Honda Civic มีอะไรน่าสนใจมากกว่าแค่การเป็นโมเดลเชนจ์

รีวิว All New Honda Civic มีอะไรน่าสนใจมากกว่าแค่การเป็นโมเดลเชนจ์
 

ถึงตอนนี้เรียกว่าเป็น Compact Car อีกรุ่นหนึ่งในวงการรถยนต์ก็คงไม่ผิดเพราะทำตลาดมายายนานกว่า 43 ปี โดยมีรุ่นรถเปิดตัวไปแล้วกว่า 10 เจนเนอเรชันสำหรับ Honda Civic โดยเจนที่ 10 ก็คือ All New Honda Civic ที่กำลังจะเขียนถึงนี่เอง

เป็น Compact Car ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถทั่วโลก ในไทยเองก็มีจำนวนแฟนคลับอยู่ไม่น้อยเพราะซีวิคไม่ได้เป็นแค่รถยนต์นั่งที่มีสมรรถนะหรือคุณสมบัติในการขับขี่ใช้งานทั่วไปที่ดีเท่านั้น แต่ยังมีพื้นฐานที่ดีสามารถนำไปต่อยอดปรับแต่งได้ดังใจบรรดาขาซิ่ง

Civic แต่ละเวอร์ชันแต่ละเจนต่างก็ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และในเจนที่ 10 นี้ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกครั้งที่ฮอนด้ายังคงรักษาชื่อเสียงให้กับคอมแพ็กคาร์รุ่นนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีเพราะการเปลี่ยนโฉมแบบ Model Change ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การมีดีไซน์ใหม่ตั้งแต่หัวจรดท้าย แต่ยังมาพร้อมสิ่งใหม่ๆ ดีๆ อีกหลายอย่างซึ่งเดี่ยวจะไปไล่เรียงกัน

All New Honda Civic มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ที่ใหญ่ขึ้น

ดีไซน์ของ Honda Civic ใหม่มีดีไซน์ที่ดูสมาร์ทและสปอร์ตขึ้นมาก ที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้นไม่ได้เป็นผลมาจากการออกแบบแต่เพียงเท่านั้น แต่เป็นเพราะ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานตัวรถหรือแพลตฟอร์มใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีความกว้างกว่าเดิมประมาณ 50 มม. หรือประมาณ 2 นิ้ว ฐานล้อยาวขึ้นประมาณ 30 มม. หรือประมาณ 1.2 นิ้ว

ภายใต้ตัวถังที่ใหญ่ขึ้นและดีไซน์ที่ดูปราดเปรียวมองดูแล้วรู้สึกว่าตัวรถดูเพรียวบางนั้นก็เป็นผลมาจากเรื่องของระยะความสูงของตัวรถที่ลดลงจากเดิมด้วย โดยเตี้ยลงจากรุ่นก่อนประมาณ 25 มม. หรือประมาณ 1 นิ้ว

จากพื้นฐานแพลตฟอร์มใหม่และดีไซน์ที่เห็นนี้ทำให้ Honda Civic ใหม่มีความยาวตลอดคันอยู่ที่ 4,630 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,416 มม. ความยาวฐานล้อ 2,698 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า/หลัง 1,547/1,563 มม. และความสูงใต้ท้อง 125 มม. เป็นมิติขนาดตัวที่มีด้านกว้างและด้านยาวเหนือกว่าคู่แข่ง ในขณะที่มีระดับความสูงของตัวรถต่ำกว่าทำให้ Civic เป็นคอมแพ็กคาร์ที่มีดีไซน์ความสปอร์ตและพื้นฐานตัวรถที่ดูสปอร์ตไม่เป็นรองใครในขณะนี้

All New Honda Civic มีให้เลือก 2 รุ่นหลักๆ ต่างกันที่เครื่องยนต์ โดยแบ่งเป็น 4 รุ่นย่อยดังนี้

  • รุ่น 1.8 E ราคา 869,000 บาท
  • รุ่น 1.8 EL ราคา 959,000 บาท
  • รุ่น 1.5 Turbo ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น 1.5 Turbo RS ราคา 1,199,000 บาท

สีภายนอกมีให้เลือก 5 สีคือ สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก), สีดำคริสตัล (มุก), สีขาวออร์คิด (มุก), สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

รุ่นที่ MotorShop มีโอกาสได้รีวิวในครั้งนี้เป็นรุ่น 1.8 EL ซึ่งเป็นรุ่นที่มีออปชันใกล้เคียงกับรุ่น 1.5 Turbo สิ่งที่ต่างกันหลักๆ ก็คือ เครื่องยนต์ ส่วนออปชันภายนอกและภายในนั้นใกล้เคียงกัน ออปชั่นภายนอกบางอย่างที่ต่างกันก็จะมีในส่วนของล้อและท่อไอเสีย

รุ่น 1.8 จะได้ล้อขนาด 16 นิ้ว ยาง 215/55 R16 ส่วนรุ่น 1.5 Turbo จะได้ล้อขนาด 17 นิ้ว ยาง 215/50 R17 และท่อไอเสียแบบท่อคู่ อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ภายนอกเหมือนกันคือ ไฟหน้าโปเจ็กเตอร์ มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์ ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED

กระจังหน้าของ All New Honda Civic ไม่ได้เป็นเพียงแถบโครเมียมแต่ถูกออกแบบให้มีสันยื่นออกมาทำให้ดูมิติและเด่นมากขึ้น ด้านล่างติดตั้งไฟตัดหมอกคู่หน้ามาให้ กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวในตัวปรับและพับด้วยไฟฟ้า และที่มุมกันชนหน้าก็มีไฟเลี้ยวติดตั้งมาให้เพิ่มอีกจุดหนึ่ง มือเปิดประตูโครเมียม เสา A ถ้าดูจากภายนอกจากเห็นค่อนข้างเพรียวบางไม่หนามาก ไม่ได้มีผลในเรื่องของดีไซน์เท่านั้น แต่มีผลเรื่องการลดมุมอับเพิ่มทัศนวิสัยในการขับด้วย

ด้วยขนาดตัวที่ยาวขึ้นประกอบกับระดับความสูงที่ต่ำลง ในมุมมองด้านข้างตัวรถจะดูเพรียวและสปอร์ตมาก ในส่วนของไฟท้ายเป็นไฟแบบ LED

ภายในห้องโดยสารมีความกว้างและพรีเมียม

ภายใต้ตัวรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแน่นอนว่าส่งผลให้ห้องโดยสารดูโอ่อ่ามากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เป็น All New Honda Civic เป็นคอมแพ็กคาร์ที่มีความได้เปรียบเรื่องของพื้นที่ภายในห้องโดยสารเพิ่มขึ้นมาอีกข้อหนึ่ง เรื่องของวัสดุและการตกแต่งก็ทำได้ดีเช่นกัน

ในรุ่น Turbo ภายในจะมีโทนสีเดียวคือสีดำ แต่รุ่น 1.8 จะมีโทนสีดำกับโทนสีเบจทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสีภายนอกด้วยว่ามีคู่สีที่แมทช์กับโทนสีภายในโทนไหนบ้าง วัสดุหุ้มเบาะคงมีเพียงรุ่น 1.8 E ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นเท่านั้นที่เป็นเบาะผ้าแต่ก็มีให้เลือกทั้งโทนสีดำและโทนสีเบจ ส่วนรุ่นอื่นๆ จะเป็นหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์

การแตกต่างภายในมีการบุนวมหรือวัสดุแบบนุ่มสลับกับการตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินและ Piano Black ทั้งรูปแบบ โทนสี วัสดุที่ใช้ ตลอดจนงานตัดเย็บและงานประกอบทำได้ค่อนข้างดี ทำให้ห้องโดยสารของ Civic รุ่นใหม่มีความพรีเมียมอยู่พอตัว เรียกได้ว่าซื้อรถในคลาสคอมแพ็กคาร์และได้รถที่มีความกว้างและการตกแต่งน้องๆ รถในคลาสที่สูงกว่าเลยทีเดียว

เบาะนั่งด้านหน้านอกจากวัสดุและการตัดเย็บที่ดีแล้วยังมีการออกแบบที่ดีขึ้นด้วย พนักพิงขนาดใหญ่และมีปีกด้านข้างที่รับกับแผ่นหลังได้อย่างพอดีสามารถนั่งได้อย่างกระชับ ฐานเบาะกว้างนั่งสบาย เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ แต่ในรุ่น Turbo เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าจะปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง

เบาะนั่งด้านหลังมีระดับฐานเบาะที่ค่อนข้างต่ำและมีองศาของพนักพิงที่เอนค่อนข้างมากประกอบกับรูปทรงของพนักพิงที่เป็นทรงโค้ง อีกทั้งพื้นที่วางขากว้างขึ้นกว่าเดิมด้วย นั่งระยะทางไกลๆ ได้สบายแน่นอน สามารถยืดเหยียดได้อย่างเต็มที่ และแม้ว่าระดับตัวรถจะเตี้ยลง แต่ระดับหรือแนวหลังคาเวลาที่เข้าไปนั่งในห้องโดยสารก็ไม่ได้รู้สึกว่าต่ำและอึดอัด 

เรื่องความกว้างภายในห้องโดยสารไม่ใช่ปัญหาหรือข้อด้อยอะไรสำหรับ All New Honda Civic ไม่เพียงแค่ห้องโดยสาร พื้นที่ใช้สอยที่ฝากระโปรงหลังก็มีความจุไม่น้อย ประเมินจากสายตาคิดว่าสามารถวางของได้พอสมควร

ทางด้านระบบและอุปกรณ์มาตรฐานภายในระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ (ในรุ่น Turbo จะแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวาได้ด้วย) ควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส มาตรวัดดีไซน์การแสดงผลออกเป็น 3 ช่อง ด้านซ้ายบอกอุณหภูมิเครื่องยนต์ ตรงกลางความเร็วรอบ และด้านขวาแสดงระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และมีการแสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านหน้าจอแบบ TFT สามารถควบคุม

พวงมาลัยดีไซน์แบบ 3 ก้านหุ้มหนัง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง รองรับการควบคุมระบบเครื่องเสียง การรับและวางสายโทรศัพท์ การรับคำสั่งเสียง และระบบ Cruise Control และมีฟังก์ชัน Swipe ด้วย แต่ไม่ได้ลองว่าทำงานยังไงบ้าง

ระบบเครื่องเสียงมาพร้อมหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 7 นิ้ว (ในรุ่นเริ่มต้นเจะได้จอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว) รองรับ Apple CarPlay และการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน SIRI มีลำโพงให้ 8 ตำแหน่ง แบ่งเป็นหน้า/หลัง 4/4 การเชื่อมต่อต่างๆ ที่รองรับคือ การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน การเชื่อมต่อ Bluetooth พอร์ต USB และ HDMI

พอร์ต USB กับ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรองจะอยู่บริเวณใต้คอนโซลเกียร์คล้ายๆ กับ Honda HR-V ที่ดีไซน์คอนโซลเกียร์ให้มีพื้นที่เว้าอยู่ด้านใต้ แต่จะมีช่องให้ลอดสายชาร์ชขึ้นมาวางด้านบนได้ พอร์ต USB จะมีอยู่ตรงนี้ 1 จุด และอีก 1 จุดจะอยู่ในช่องเก็บตรงที่ท้าวแขนระหว่างเบาะนั่งด้านหน้า

คอนโซลเกียร์มีขนาดที่ค่อนข้างกว้าง คนขับและผู้โดยสารด้านหน้าสามารถแชร์พื้นที่วางแขนกันได้เลย มีความสูงอยู่ในระดับเดียวกันกับท้าวแขนที่แผงประตู ด้วยขนดาที่ค่อนกว้างทำให้พื้นที่เก็บของตรงส่วนมีขนาดใหญ่ไปด้วย

นอกจากคันเกียร์แล้วที่คอนโซลเกียร์จะมีสวิทช์ควบคุมติดตั้งเอาไว้ด้วย โดยเป็นสวิทช์ ECON Mode สวิทช์ควบคุมระบบเบรกมือไฟฟ้า และสวิทช์ Brake Hold

ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นแบบ Push Start และที่เป็นฟีเจอร์ของ All New Honda Civic อย่างหนึ่งคือ Engine Remote Start ที่มาให้กับทุกรุ่น เป็นการสตาร์ทเครื่องยนต์จากรีโมทก่อนที่จะเข้าไปภายในตัวรถได้เลย แต่ระบบนี้ก็จะมีเรื่องของเซฟตี้ แม้ว่าเครื่องยนต์จะถูกสตาร์ทจากรีโมทแล้วแต่ก็จะเป็นเพียงการสตาร์ทเพื่อวอร์มเครื่องให้ถึงอุณหภูมิการทำงานและเพื่อเป็นการเปิดระบบปรับอากาศสร้างความเย็นให้ห้องโดยสารก่อนเท่านั้น การสตาร์ทจากรีโมทตัวรถจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปอยู่ในตัวรถ ทำการเหยียบเบรก และกดปุ่ม Push Start ก่อน ถ้าเข้าไปในรถแล้วเหยียบคันเร่งทันทีเครื่องยนต์จะดับ

กุญแจรีโมทรองรับการควบคุมประตูแบบอัจฉริยะหรือ Smart Key ด้วย กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าทั้ง 4 บาน โดยกระจกคู่หน้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ

ขุมพลัง 2 แบบ ตอบสนองคนละไสตล์

รุ่น 1.8 เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ส่วนรุ่น Turbo จะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC Turbo จ่าเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดมัลติพอยต์เหมือนกัน

เครื่อง 1.8 มีกำลังงานสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่วนเครื่อง 1.5 Turbo มีกำลังงานสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 -5,500 รอบ/นาที เครื่องยนต์ 1.5 Turbo แม้ว่าจะมีความจุน้อยกว่าแต่ก็มีพละกำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร อีกทั้งมีอัตราสิ้นเปลืองที่ใกล้เคียงกับเครื่อง 1.8

การตอบสนองของเครื่องยนต์จากที่ได้ทดลองขับในช่วงสั้นๆ ซึ่งมีโอกาสได้ทดลองเปรียบเทียบทั้ง 2 รุ่น เครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่น ทั้ง 1.8 และ 1.5 Turbo ตอบสนองได้อย่างน่าพอใจพอๆ กัน ทำอัตราเร่งทั้งการออกตัวและเร่งแซงได้ดีทั้งคู่ แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนคงเป็นเรื่องของฟิลลิ่งในการขับหรือการตอบสนองของเครื่อง โดยเครื่อง 1.8 จะมีการตอบสนองหรือการทำงานของเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างจะมีความนุ่มนวลมากกว่า ในขณะที่ทางด้านเครื่อง 1.5 Turbo จะออกแนวสปอร์ต

คงขึ้นอยู่ที่ว่าชอบสไตล์การขับแบบไหน ถ้าเน้นแบบขับสบายๆ ก็ต้องมองไปที่เครื่อง 1.8 แต่ถ้าเน้นสนุกขับมันก็เครื่อง 1.5 Turbo ส่วนอัตราสิ้นเปลืองใกล้เคียงกันจากที่สอบถามข้อมูลกับทางโชว์รูมพนักงานขายแจ้งว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของทั้ง 2 รุ่นอยู่ที่ประมาณ 16-17 กม./ลิตร แต่เครื่องยนต์ 1.8 จะรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ด้วย

ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ CVT เหมือนกันทั้ง 4 รุ่น แต่อัตราทดจะต่างกัน ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังมัลติลิงก์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกเป็นดิสก์ทั้ง 4 ล้อ

แพลตฟอร์มของ Honda Civic ใหม่ นอกจากมีขนาดใหญ่ขึ้น เรื่องของโครงสร้างก็ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยเช่นกันทั้งในเรื่องของการรับแรงบิดไปจนถึงเรื่องของการซับเสียงรบกวนของห้องโดยสาร แต่เนื่องจากเป็นการทดลองขับในระยทางสั้นๆ เท่านั้น จึงไม่มีข้อมูลในส่วนนี้รวมถึงการตอบสนองของช่วงล่างในสภาวะต่างๆ มีแชร์เป็นข้อมูลให้ทราบกัน

อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น 1.5 Turbo RS

ถ้าไม่เน้นแรงและต้องการเครื่องยนต์เทอร์โบ All New Honda Civic รุ่น 1.8 EL ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในระดับราคา 9 แสนกลางๆ ภายใต้ออปชันที่พอเหมาะพอดี แต่ถ้าอยากได้เครื่องเทอร์โบ ในออปชันที่เท่ากันกับรุ่น 1.8 EL ถ้าจะขยับไปเป็นรุ่น 1.5 Tuebo ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก 1.4 แสนบาท แต่ถ้าจะเอาให้สุดในรุ่นท็อป 1.5 Tuebo RS ราคาค่าตัวก็อยู่ 1.199 ล้านบาท

โดยออปชันที่รุ่น Turbo RS จะได้ต่างจากรุ่น Turbo ก็จะมีไฟหน้าและไฟตัดหมอกคู่หน้าที่เป็นแบบ LED มือเปิดประตูเป็นโครเมียมรมดำ กันชนและกระจังหน้าสปอร์ต สปอยเลอร์หลังและไฟเบรกดวงที่ 3 ภายในกระจกมองหลังเป็นแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต มาตรวัดสีแดง มีระบบนำทาง และมีเกียร์ Paddle Shift ที่พวงมาลัย 

แล้วก็จะมีถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลมด้านข้าง ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า และระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบนี้ไม่มีเซ็นเซอร์หรือเสียงเตือนให้ระวังว่ามีรถกำลังวิ่งตีคู่มาด้านข้าง แต่จะเป็นการแสดงภาพจากกล้องซึ่งติดอยู่ที่กระจกมองข้างเวลาที่เปิดไฟเลี้ยวเพื่อที่จะเปลี่ยนเลย โดยจะมีกล้องและแสดงภาพเฉพาะการเปลี่ยนด้านซ้าย

ขอบคุณ : ฮอนด้า สาย 4 (บริษัท พุทธมนต์ สาย 4 ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด) โทร. 0-2429-6363-9 ที่อำนวยความสะดวกและเอื้อเฟื้อข้อมูลในการรีวิวครั้งนี้

Share This Post

Lost Password

Register