Share This Post

Main Slider / New Model Express / Sedan

รีวิว All New Honda Civic Hatchback

รีวิว All New Honda Civic Hatchback
 

คงสมใจหลายๆ คน สำหรับการเปิดตัว All New Honda Civic Hatchback ในครั้งนี้ หลังจากที่ผู้ใช้รถชาวไทยและโดยเฉพาะแฟนคลับ ฮอนด้า ซีวิค ได้แต่เฝ้ามองเวอร์ชันแฮชท์แบ็ก 5 ประตู ที่จำหน่ายในต่างประเทศมาโดยตลอดในขณะที่ประเทศไทยได้ใช้แต่เวอร์ชัน Sedan เท่านั้นมานานหลายปี ทั้งๆ ที่รถรุ่นนี้จริงๆ แล้วมีทั้งแบบ Sedan, Coupe และ Hatchback

สำหรับใครที่สนใจและมองๆ อยู่ว่าจะจัดรุ่นซีดานหรือแฮทช์แบ็กดีตามไปดูรีวิวนี้กันเลย สำหรับรุ่นซีดานทาง MotorShop เคยรีวิวไว้แล้วย้อนไปอ่านกันได้ที่ “รีวิว All New Honda Civic

All New Civic Hatchback ที่ขายในไทยมีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นคือ รุ่น 1.5 Hatchback Turbo ราคาอยู่ที่ 1,169,000 บาท ราคาจะถูกกว่า Sedan รุ่น 1.5 Turbo RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่มีราคา 1,199,000 บาท อยู่ 30,000 บาท 

ราคาค่าตัวของ ซีวิค แฮทช์แบ็ก ที่เปิดตัวในไทยถือว่าฮอนด้าทำราคาได้ดีเพราะมีการคาดกันว่าระดับราคาน่าจะสูงกว่านี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านอัพ แต่ในขณะที่ราคาถูกกว่ารุ่น 1.5 Turbo RS อยู่ 30,000 บาทนั้นออปชั่นบางอย่างก็ได้ถูกตัดออกไปด้วย ทำให้เกิดความลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะเลือกซีดานที่ออปชั่นครบๆ ดีกว่าหรือว่าจะเลือกแฮทช์แบ็กดี

ภายนอกของ Hatchback กับ Sedan ต่างกันตรงไหนบ้าง

แน่นอนว่า All New Honda Civic Hatchback นั้นมีพื้นฐานมาจาก All New Honda Civic Sedan เจนเนอเรชั่นที่ 10 แต่ด้วยรูปแบบที่ต่างกันจึงไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว ในส่วนของภายนอกนั้นสิ่งที่ต่างกันคงต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ในส่วนของมิติตัวรถและดีไซน์

All New Civic Hatchback ใช้ตัวถังส่วนหน้าจนถึงเสากลางหรือเสา B-Pillar ร่วมกับ All New Civic Sedan รวมถึงมีระยะฐานล้อเดียวกัน แต่ด้านหลังตั้งแต่เสากลางไปจนถึงส่วนท้ายนั้นออกแบบใหม่ให้เป็นรูปแบบของแฮทช์แบ็กที่ประตูหลังต่อเนื่องถึงกระจกบังลมหลังจะต้องเปิดได้

ด้วยรูปแบบส่วนท้ายที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากซีดานนั้นส่งผลให้มิติตัวรถแตกต่างไปด้วย (เล็กน้อย) โดย Civic Hatchback จะมีความยาวอยู่ที่ 4,501 มม. (Sedan ยาว 4,630 มม.) เหตุที่ความยาวตัวรถของ แฮทช์แบ็กนั้น สั้นกว่าซีดานก็เป็นการที่ถูกออกแบบให้มีระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านท้ายที่สั้นกว่าด้วยเหตุผลในเรื่องของดีไซน์ เพื่อความลงตัวของมิติมุมมอง ความกว้างอยู่ที่ 1,799 มม. (กว้างเท่ากับ Sedan) ส่วนความสูง 1,421 มม. (Sedan สูง 1,416 มม.) ความยาวฐานล้อเท่ากันอย่างที่บอกไปคือ 2,697 มม. อีกจุดที่ต่างกันคือความสูงใต้ท้อง Hatchback จะสูงกว่าโดยมีความสูงอยู่ที่ 133 มม. (Sedan สูง 125 มม.)

ในส่วนของดีไซน์นอกจากดีไซน์ส่วนท้ายที่แตกต่างกันแล้วก็จะมีรายละเอียดบางจุดที่ต่างกันคือ ช่องรับอากาศที่กันชนหน้าและที่กันชนหลังซึ่งรุ่น Hatchback จะมาพร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดเด่นจุดหนึ่งของรุ่นนี้เป็นช่องรับอากาศที่มีดีไซน์รูปรังผึ้ง จุดแตกต่างหลักๆ ก็คงจะมีเพียงจุดนี้ เพราะดีไซน์โดยรวมก็ยังคงอยู่บนพื้นฐานของ All New Honda Civic เจน 10 ที่มาพร้อมโคมไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED เหมือนกัน รวมถึงโคมไฟท้ายก็ยังเป็นดีไซน์รูปทรงตัว C แบบ LED

ออปชั่นภายนอกของ Civic Hatchback กับ Civic Sedan รุ่น 1.5 Turbo RS นั้นไม่แตกต่างกัน โคมไฟหน้ามาพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และมาพร้อมฟังก์ชันอย่างระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์ ท่อไอเสีย และล้ออัลลอย 17 นิ้ว

หากจะมีสิ่งที่ต่างกันก็เป็นเพราะรูปแบบตัวรถที่ต่างกัน เช่น รุ่น Hatchback จะมีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังด้วย หรือในรุ่น Sedan จะมาพร้อมกระจังหน้าและกันชนสปอร์ตแบบ RS และสปอยเลอร์หลังคา

All New Civic Hatchback มีสีภายนอกให้เลือก 5 สีคือ สีขาวออร์คิด (White Orchid Pearl), สีเงินลูนาร์ (Lunar Silver Metallic), สีเทาโมเดิร์นสตีล (Modern Steel Metallic), สีดำคริสตัล (Crystal Black Pearl) และสีใหม่ของรุ่นแฮทช์แบ็กคือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (Midnight Burgundy Pearl) ซึ่งในรุ่นซีดานก็จะมีสีเฉพาะรุ่นเป็นสีน้ำเงินคอสมิก (Cosmic Blue)

ภายในไฮไลท์อยู่ที่เบาะหลัง

ภายในห้องโดยสารในส่วนของแดชบอร์ดและที่นั่งด้านหน้า เรียกว่าห้องโดยสารส่วนหน้านั้นไม่มีอะไรต่างจากรุ่นซีดาน โดยสีภายในจะเป็นโทนสีดำเหมือนกันทั้งหมดสำหรับรุ่น 1.5 Turbo ส่วนวัสดุหุ้มเบาะเป็นหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์

ทั้งดีไซน์และตำแหน่งต่างๆ ของอุปกรณ์ในส่วนหน้าทั้งซีดานและแฮทช์แบ็กเหมือนกัน สิ่งที่จะต่างกันคงเป็นเรื่องของออปชั่นบางอย่าง โดยในรุ่น 1.5 Hatchback Turbo จะไม่ได้แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ตเหมือนกับรุ่น Sedan 1.5 Turbo RS และฟังก์ชันของพวงมาลัย พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชัน มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ให้เหมือนกัน แต่ในรุ่น Hatchback จะไม่ได้ฟังก์ชัน Swipe เหมือนกับรุ่น Sedan แต่อย่างน้อยก็มี Paddle Shift หรือคันเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยมาให้นะ

เบาะนั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้าเหมือนกัน โดยเบาะนั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง ระบบเครื่องเสียงมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน สั่งงานด้วยเสียงได้ผ่าน Siri รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับพอร์ต HDMI และมี USB ให้ 2 พอร์ต โดยจะซ่อนอยู่ด้านใต้คอนโซลกลางซึ่งออกแบบเป็น 2 ชั้น

ที่เบาะนั่งด้านหลังซึ่งเป็นไฮไลท์สของ All New Honda Civic Hatchabck ดูผ่านๆ ดีไซน์เบาะนั่งด้านหลังก็เหมือนกับรุ่นซีดาน ดีไซน์และรูปทรงของเบาะเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว จุดที่แตกต่างกันชัดเจนก็คือหมอนรองศรีษะ ในรุ่นซีดานจะให้หมอนรองศรีษะที่เบาะนั่งด้านหลังแค่ 2 ตำแหน่ง ส่วนรุ่นแฮทช์แบ็กจะให้มา 3 ตำแหน่ง อีกทั้งทรงของหมอนรองศรีษะก็จะเป็นคนละทรงกัน และอีกสิ่งที่ต่างกันอย่างแน่นอนคือ เบาะหลังของรุ่นแฮทช์แบ็กสามารถพับได้แบบ 60 : 40

เมื่อพับเบาะนั่งด้านหลังลง พื้นด้านหลังพนักพิงจะราบเกือบจะเสมอกับพื้นวางสัมภาระด้านท้าย ต้องบอกว่าเกือบจะราบเสมอกัน เพราะไม่ได้ราบเรียบโดยตลอดเสียทีเดียว จะมีตรงส่วนเชื่อมต่อระหว่างเบาะหลังกับห้องสัมภาระที่จะนูนขึ้นมาเล็กน้อย

ถัดมาที่ส่วนท้ายซึ่งเป็นพื้นที่วางสัมภาระ ความจุปกติในขณะที่ยังไม่ได้พับเบาะของพื้นที่วางสัภาระด้านท้ายอยู่ที่ 414 ลิตร บอกเป็นลิตรแบบนี้อาจนึกภาพไม่ออกว่ากว้างแค่ไหน ก็ถือว่ากว้างขวางพอประมาณ ทั้งขนาดของพื้นที่วางของด้านหลังก็ดูจะมีระยะที่กว้างยาวในระดับหนึ่ง ดูแล้วก็น่าจะจุของได้ไม่น้อย อีกปัจจัยที่ช่วยให้พื้นที่วางสัมภาระด้านหลังดูกว้างก็คือ ผนังห้องสัมภาระด้านข้างที่ดูโค้งซึ่งเป็นผลมาจากดีไซน์ด้านท้าย สำหรับระยะความสูงของห้องสัมภาระด้านท้ายตามสเป็คระบุไว้ว่ามีความสูง 67.9 ซม. แต่จะให้ชัดเองหากสนใจต้องลองไปดูตัวจริง

อุปกรณ์มาตรฐานที่มีมาให้ด้วยสำหรับที่วางสัมภาระด้านท้ายคือ แผ่นกั้นห้องสัมภาระและม่านบังตากระจกมองหลังเพื่อความเรียบร้อยในการวางสิ่งของ ในส่วนของแผ่นกั้นห้องสัมภาระสามารถที่จะพับเก็บหรือถอดเข้าออกได้

ใต้พื้นของที่วางสัมาภระสามารถยกเปิดได้ เพราะด้านใต้เป็นหลุมวางล้อและยางอะไหล่รวมไปถึงเครื่องมือในการถอดล้อ สำหรับของยางอะไหล่ที่ให้มาคือ T125/80D16

ออปชั่นสำคัญในส่วนของห้องโดยสารที่รุ่น 1.5 Hatchback Turbo จะไม่ได้เหมือนกับรุ่น Sedan 1.5 Turbo RS ก็คือ ระบบนำทาง Navigator นอกเหนือจากออปชั่นเล็กๆ น้อยอย่างแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต กับฟังก์ชัน Swipe ที่พวงมาลัยที่บอกไป

ไม่มี Honda LaneWatch

อีกออฟชั่นสำคัญที่ All New Honda Civic Hatchback ไม่ได้ในส่วนของระบบความปลอดภัยก็คือ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน หรือ Honda LaneWatch นอกจากนั้นระบบอื่นๆ ทั้ง 18 รายการได้เหมือนกับรุ่นท็อปทั้งหมดตามนี้

  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electronic Parking Brake)
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกระทันหัน (ESS)
  • ถุงลมคู่หน้า
  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
  • ม่านถุงลมด้านข้าง
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูงต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • จุดยึด ISOFIX สำหรับที่นั่งเด็ก
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist)
  • ระบบล็อกอัตโนมัติเมื่อกุญแจอยู่ห่างจากตัว (Walk Away Auto Lock)
  • ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed)
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobillizer

ขุมพลัง 1.5 VTEC Turbo มีกำลังงาน 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบ/นาที ทุกอย่างเหมือนกับ All New Civic Sedan รุ่น 1.5 VTEC Turbo รวมถึงระบบส่งกำลังที่เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มาพร้อมอัตราทดเดียวกัน

แต่หากคิดว่าจะซื้อจริงๆ แม้ว่า Hatchback กับ Sedan จะมาพร้อมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเดียวกัน แต่ด้วยรูปทรงและขนาดของรถที่ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว ก็ไม่แน่ว่าฟิลลิ่งในการขับจะเหมือนกัน จะให้ดีก็คงต้องลองขับดูสักหน่อย การรีวิวครั้งนี้ผมได้ลองขับแค่ช่วงสั้นๆ ไม่ได้เห็นความต่างๆ สักเท่าไร จึงไม่ขอเขียนถึงก็แล้วกัน

สรุปส่งท้ายผมว่า All New Honda Civic Hatchback น่าสนใจทีเดียว หากชอบความสปอร์ตของ Civic เจน 10 และได้ในเรื่องของความอเนกประสงค์ก็นี่ล่ะใช่เลย สวย สปอร์ต กทม (อเนกประสงค์) แต่ก็อย่างที่ไล่เรียงให้ดูกันไปว่า ในราคาที่ถูกกว่า Sedan รุ่นท็อปอยู่ 30,000 บาทนั้นจะไม่ได้ 2 ออปชั่นสำคัญอย่าง Navigator กับ Honda LaneWatch นะ ถ้าไม่อะไรมากกับ 2 ออปชั่นนั้นก็คงฟันธงให้ตัวเองได้ไม่ยาก

ขอบคุณ : ฮอนด้า สาย 4 (บริษัท พุทธมนต์ สาย 4 ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด) โทร. 0-2429-6363-9 ที่อำนวยความสะดวกและเอื้อเฟื้อข้อมูลในการรีวิวครั้งนี้

Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register