Share This Post

Featured News / Main Slider / New Model Express / SUV

ส่องฟีเจอร์เด่นใน All New Honda CR-V

ส่องฟีเจอร์เด่นใน All New Honda CR-V
 

ระหว่างการรีวิวตัวรถแบบเต็มๆ ซึ่ง MotorShop จะมีรีวิวมาให้ดูกันอย่างแน่นอนในเร็วๆ นี้ เราไปทำความรู้จักกับ All New Honda CR-V เกี่ยวกับจุดเด่นหรือสิ่งที่น่าสนใจกันสักหน่อย

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่นี้เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว โดยเจนเนอเรชั่นที่ 1 ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2539 ถึงตอนนี้นับเป็นเวลา 20 ปีพอดี รุ่นใหม่นี้ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่สามในโลกและเป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้ที่มีการเปิดตัว ถือว่าฮอนด้าคงเล็งเห็นถึงความสำคัญและโอกาสในการทำตลาดสำหรับประเทศไทยไม่น้อยเลยทีเดียว

ซีอาร์-วี ใหม่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยปรัชญาที่เรียกว่า SHU-HA-RI ซึ่งเป็นปรัชญาแห่งการเรียนรู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น

  • คำว่า SHU (ปกป้องและรักษาเอาไว้) : เป็นก้าวแรกของการฝึกฝน เป็นการเรียนรู้ถึงพื้นฐานและเทคนิคเบื้องต้น
  • คำว่า HA (ข้ามผ่าน) : เป็นขั้นตอนที่ 2 ของการฝึกฝน เป็นการนำเอาสิ่งดีๆ จากที่ได้รับมาและนำมาพัฒนาในสไตล์ของตัวเอง
  • คำว่า RI (เหนือกว่าตำแหน่งปัจจุบัน) : ขั้นสุดท้ายของการฝึกฝน เป็นการก้าวขึ้นไปอีกระดับจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พัฒนาในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา

สำหรับแนวคิดในการพัฒนา Honda CR-V ใหม่ ประกอบด้วย 3 แนวคิดหลัก ดังนี้

  • Wow – เสริมสร้างจุดเด่นของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี
    • ความสะดวกสบายต่อการใช้งานและตอบสนองการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
    • พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางที่มาพร้อมขนาดตัวถังที่เหมาะสม
  • Dynamic – ความปราดเปรียวของดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่
    • สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง
    • ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมภาพลักษณ์ที่โดดเด่น
  • Sophisticated – ความหรูหราล้ำสมัยในทุกสัมผัส
    • ฟังก์ชันและอุปกรณ์การใช้งานอันล้ำสมัย
    • ดีไซน์ภายในที่พรีเมียมและเปี่ยมด้วยคุณภาพ

การออกแบบภายนอก

ภายนอกออกแบบตามแนวคิด Modern Functional Dynamic เพื่อสะท้อนถึงความแข็งแรงและสปอร์ต แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา

ตัวถังด้านหน้าถูกออกแบบให้ยาวขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ส่วนโอเวอร์แฮงค์ด้านหลังสั้นลงและเพิ่มระดับความสูงของพื้นที่ใต้ท้อง พร้อมกันนั้นมีการขย่ยฐานล้อให้ยาวขึ้นด้วยเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องโดยสารโดยเฉพาะเยาะนั่งด้านหลัง

การออกแบบภายใน

ภายในห้องโดยสารออกแบบตามแนวคิด Urban BASE Beautility เป็นคำผสมที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากคำว่า ความสวยงาม (Beauty) และความอเนกประสงค์ (Utility) เป็นนิยามที่นำมาใช้ในการออกแบบเพื่อให้ห้องโดยสารมีความหรูหรา กว้างขวาง และรองรับประโยชน์ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ และ All New CR-V ยังมาพร้อมเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่งเป็นครั้งแรก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย

เทคโนโลยีและความสะดวกสบายใน All New CR-V

  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth มาพร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วยลำโพงที่ประตูหน้า 2 ตัว ที่ประตูหลัง 2 ตัว ทวีตเตอร์ที่เสา A-Pillar 2 ตัว และที่ประตูหลัง 2 ตัว
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT สามารถแสดงผลฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถเปลี่ยนข้อมูล และค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System)
  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
  • ระบบนำทางเนวิกเกเตอร์ (Navigator System)

ครั้งแรกกับเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง

ตั้งแต่เจนเนเรชั่นแรก Honda CR-V เป็นรถอเนกประสงค์ที่มาพร้อมเบาะ 2 แถว 5 ที่นั่งมาโดยตลอด ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกของ ซีอาร์-วี กับการใส่เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง  โดยเบาะนั่งสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ถึง 4 รูปแบบ คือ 7-Seat Mode, 5-Seat Mode, Utility Mode และ Long Mode พร้อมทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกเหล่านี้

  • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) พร้อมควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมท และสามารถปรับระดับความสูงของการเปิดฝากระโปรงท้ายได้ตามต้องการ
  • ประตูข้างด้านหลังเปิดได้กว้างถึง 88 องศา เพื่อความสะดวกสบายในการเข้าออกของผู้โดยสารด้านหลัง
  • ช่องเก็บของคอนโซลกลางปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ 3 รูปแบบ คือ Flexible, Center และ Console
  • ที่วางของด้านท้ายแบบ 2 ชั้น เพิ่มพื้นที่วางของได้ตามต้องการ

ขุมพลังดีเซล i-DTEC TURBO

เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ Honda CR-V มาพร้อมขุมพลังดีเซล โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC TURBO ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Tehcnology) มีกำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ โดยฮอนด้าระบุว่ามีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.9 กิโลเมตร/ลิตร และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 141 กรัม/กิโลเมตร (ในรุ่น DTE)

สำหรับระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ซึ่งมาพร้อมรูปแบบการควบคุมเกียร์แบบใหม่ซึ่งไม่มีคันโยก แต่จะเป็นปุ่มกดหรือสวิทช์เรียกว่า Shift by Wire

สำหรับจุดเด่นของเครื่องยนต์ i-DTEC อ่านได้ที่นี่!!!

ระบบความปลอดภัยใน All New Honda CR-V

ระบบความปลอดภัยให้มาสมกับความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์แถวหน้า โดยมีทั้ง…

  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) ระบบจะตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับผ่านการควบคุมพวงมาลัย เมื่อพบว่าประสิทธิภาพในการควบคุมรถของผู้ขับลดน้อยลง ระบบจะแจ้งเตืนผ่านหน้าจอ TFT และเมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้า ระบบจำทำการสั่นเตือนที่พวงมาลัย
  • ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist – AHA) และระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion Adaptive Electric Power Steering – MA-EPS) เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการทรงตัวทั้งในการเข้าโค้งและทางลาดชัน
  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยใช้กล้องจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 7 นิ้ว เพื่อการมองเห็นที่ไร้มุมอับ ให้ความปลอดภัยในทุกการขับขี่
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake – EPB) เป็นระบบที่ใช้งานง่ายเพียงดึงสวิทช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติ เมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับคาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น)
  • ระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) เป็นระบบเบรกที่ช่วยป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ เมื่อกดปุ่มให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง และระบบจะคลายเบรกอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับคาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น) ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าในช่วงเวลาที่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้เป็นเวลานาน เช่น ในสภาพการจราจรที่ติดขัด
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ช่วยป้องกันการลื่นไถลออกทางด้านข้าง และให้ความมั่นใจในระหว่างการขับ การเลี้ยว หรือการหยุด และให้การทรงตัวที่ดีของรถยนต์ในทุกทิศทาง
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) เมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน ระบบจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก โดยการทำงานจะอาศัยหน้าที่ในระบบการทรงตัวเข้ามาควบคุมการรักษาแรงดันของน้ำมันเบรกเอาไว้ ทำให้รถสามารถหยุดนิ่งในตำแหน่งเดิมได้ประมาณ 1 วินาที ขณะที่มีการเคลื่อนย้ายเท้าจากเบรกมาที่คันเร่ง และช่วยให้การออกตัวมีความนุ่มนวลมากขึ้น
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS) สัญญาณไฟฉุกเฉินจะทำงานเมื่อมีการเหยียบเบรกกระทันหัน เป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุม 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ตัวกล้องจะแสดงภาพทางมุมมองจากด้านบน มุมกล้อง 130 องศา หรือมุมกล้อง 180 องศา ในขณะที่เข้าเกียร์ถอยหลัง
Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register