Share This Post

Main Slider / New Model Express / Van

รีวิว All New Toyota Sienta

รีวิว All New Toyota Sienta
 

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้วสำหรับรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่แบบ Compact MPV ของโตโยต้า All New Toyota Sienta ไม่เพียงเป็นรุ่นใหม่แต่ยังเป็นโมเดลใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ทั้งด้วยความใหม่ ดีไซน์ และประเภทของรถทำให้ Sienta ได้รับความสนใจไม่น้อย

แนวคิดการออกแบบและกลุ่มเป้าหมาย

All New Sienta ถูกออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด Bring it ALL หรือ “สนุกเต็มที่ ชีวิตเต็มสไตล์” โดยชูจุดเด่นพร้อมฟีเจอร์หรือคุณสมบัติเด่นของรถใน 4 ด้านคือ…

Bring style to life…ดีไซน์ โดดเด่นทุกมุมมอง

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Lights แบบ LED
  • ไฟหรี่ และไฟท้าย LED แบบ Light Guiding
  • กระจกมองข้างพับ/ปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
  • ปลอกหุ้มท่อไอเสีย *อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษเพิ่มเติม

– Bring out feeling… ภายใน ครบครันทุกฟังก์ชัน

  • พวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและ MID
  • เครื่องเล่น DVD / CD / MP3 / WMA พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ควบคุมอุณหภูมิแบบ Digital
  • วัสดุเบาะนั่ง *อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษเพิ่มเติม
  • มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron
  • จอแสดงข้อมูลขับขี่ MID (Multi-information display) แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว
  • ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start)
  • ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)

– Bring all happiness…ฟังก์ชัน ตอบทุกความสุข

  • ประตูข้างซ้าย-ขวา สไลด์อัตโนมัติ
  • เบาะที่นั่งพับ/ปรับเปลี่ยนได้ เพื่อพื้นที่สัมภาระท้ายขนาดใหญ่
  • ระยะจากพื้นถนนถึงพื้นรถต่ำ
  • เบาะพับง่ายแค่เพียงสัมผัส (1-Touch Tumble)
  • จอ LED ขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง *อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษเพิ่มเติม
  • ที่เก็บของบริเวณคอนโซลหน้า พร้อมระบบรักษาความเย็น (Cool Box)
  • ที่วางของ และช่องเก็บของสำหรับผู้โดยสารทุกแถว

– Bring it on…ขับสนุก ควบคุมได้ดั่งใจ

  • เครื่องยนต์ 2NR-FE 1,500 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว DUAL VVT-i แรงม้าสูงสุด 108 แรงม้า (79 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ แบบ EFI น้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20 มาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 16.1 กม./ลิตร
  • ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT  พร้อมระบบ Sport Sequential Shift 7 สปีด
  • กล้องมองหลัง พร้อมเส้นกะระยะ *อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษเพิ่มเติม
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านหน้า (SRS Airbags) 3 ตำแหน่ง
  • กุญแจป้องกันการโจรกรรม Immobilizer
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
  • ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control)
  • ระบบป้องกันการออกตัวแบบผิดวิธี (Drive Start Control)
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดทุกที่นั่ง

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่โตโยต้าวางไว้สำหรับการทำการตลาด All New Sienta คือ กลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี ต่จากกระแสและความสนใจหรือในความเป็นจริงผู้ใช้รถที่มีอายุเกินกว่า 30 จำนวนไม่น้อยก็ให้ความสนใจเช่นกัน โดยในงานแถลงข่าวยังได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์ของรถรุ่นนี้ดด้วยนั่นคือ ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ด้วยเหตุผลคือเป็นนักแสดงที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายเข้ากับแนวทางของรถ

รุ่นและราคาของ All New Toyota Sienta

ในอินโดนีเซียที่มีการเปิดตัว ซีเอนต้า ไปก่อนไทยจะมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 7 รุ่น แต่สำหรับเมืองไทยจะมีเพียง 2 รุ่นเท่านั้น คือ…

  • รุ่น 1.5 G ราคา 750,000 บาท
  • รุ่น 1.5 V ราคา 865,000 บาท

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์รหัส 2NR-FE ขนาด 1.5 ลิตรเหมือนกัน ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ CVT เหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันคงเป็นเรื่องของออปชัน

สีภายนอกที่มีให้เลือกมี 4 สี คือ…

  • สีส้ม Orange Metallic
  • สีเงิน Silver Metallic
  • สีขาว Super White
  • สีดำ Attitude Black Mica

ดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “รองเท้า”

ดีไซน์ของ All New Toyota Sienta บางคนก็ดูว่าสวยดี บางคนก็มีความเห็นว่าไม่สวยเอาเสียเลย ดูแปลกๆ ดูประหลาดๆ บางก็บอกว่าสวยแปลกๆ ดี เรื่องดีไซน์ของรถคงเป็นเรื่องนานาจิตตัง ซึ่งทุกคนล้วนมีความชอบแตกต่างกัน สำหรับ ซีเอนต้า ซึ่งมีแนวคิดในการออกแบบที่ต้องการสะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่สนุกสนาน มีสไตล์ที่หลากหลายนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “รองเท้า” ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด

ตามข้อมูลการประชาสัมพันธ์ All New Sienta ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “รองเท้าเดินป่าสมัยใหม่” หรือ “Urban Trekking Shoes” ซึ่งเป็นรองเท้าที่มีรูปทรงและเส้นสายที่สะท้อนถึงคนรุ่นใหม่ที่รักการท่องเที่ยว ประกอบกับไลฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลาย สอดคล้องกับแนวคิดของการออกแบบนั่นเอง

จากแรงบันดาลและแนวคิดในการออกแบบดังกล่าวนั้น All New Sienta มาพร้อม…

  • ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์ Bi-Beam LED พร้อมไฟหรี่ LED
  • ไฟ LED Daytime Running Lights
  • ไฟทท้าย LED แบบ Light Guiding
  • กระจกมองข้างพับ/ปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
  • ล้ออัยลอยด์ 16 นิ้ว
  • ปลอกหุ้มท่อไอเสีย

ในส่วนของอุปกรณ์ภายนอกสิ่งที่ต่างกันระหว่างรุ่น G กับรุ่น V คือ ในรุ่น G หรือรุ่นเริ่มต้นไฟหน้าจะไม่ได้ LED เป็นไฟโปรเจ็กเตอร์แบบฮาโลเจน แต่ไฟ Daytime Running Lights แบบ LED มีให้เหมือนกัน ส่วนของไฟท้ายในขณะที่รุ่น V เป็นแบบ Light Guiding รุ่น G จะเป็นแบบ LED ธรรมดา อีกสิ่งที่ต่างกันคือ ออปชั่นในเรื่องของใบปัดน้ำฝนด้านหน้าซึ่งในรุ่น V จะหน่วงเวลาและตั้งเวลาได้ด้วย แต่รุ่น G จะหน่วงเวลาได้เท่านั้น

จุดหนึ่งที่หลายคนอาจจะสับสนคือ ตรงส่วนของไฟทรงกลมที่เห็นอยู่ตรงกันชนนั้น นั่นคือ ไฟ LED Daytime Running Lights ซึ่งมีมาให้ทั้ง 2 รุ่น ไม่ใช่ไฟตัดหมอกหรือไฟหรี่อแต่อย่างใด

ออปชั่นต่างๆ ภายในห้องโดยสาร

ห้องโดยสารของ All New Toyota Sienta ในไทยจะมีโทนสีเดียวคือ โทนสีดำ แต่วัสดุเบาะนั่งเป็นเบาะหนังในรุ่น V และเป็นเบาะผ้าสีดำในรุ่น G

โดยคันสีส้มซึ่งนำมาโชว์ในวันเปิดตัวเบาะนั่งจะเป็นเบาะหนังสีดำสลับส้ม พร้อมเดินตะเข็บคู่สีส้มทั้งที่เบาะนั่งและพวงมาลัย และที่แผงประตูมีการตกแต่งด้วยวัสดุสีส้มเพื่อให้กับกับดีไซน์โดยรวม

คอนโซลหน้าดีไซน์แบบ Dual Layer หรือมี 2 ส่วนตามสไตล์ของรถประเภทนี้แต่สิ่งที่สะดุดตาคงเป็นเส้นสายการเว้าโค้งของดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัย อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีให้ถือว่าครบครันพอสมควร

เริ่มจากอุปกรณ์ในส่วนของระบบควบคุมและความบันเทิง

  • พวงมาลัยเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและ MID (เฉพาะรุ่น V)
  • ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ หรือ Push Start (เฉพาะรุ่น V)
  • มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron
  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 4.2 นิ้ว บอกความเร็วเฉลี่ย, ระยะเวลาในการขับขี่, ระยะทางที่สามารถขับได้ และแสดงข้อมูลการขับขี่ทั่วไป
  • รับบปรับอากาศอัตโนมัติ ควบคุมอุณหภูมิแบบ Digital
  • ระบบเปิด-ปิดประตูอัตฉริยะ Smart Entry พร้อมระบบควบคุมการล็อกและปลดล็อกประตู
  • ระบบเครื่องเสียงเป็นเครื่องเล่น DVD / CD/ MP3 / WMA มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, USB, AUX และแอปพลิเคชัน T-Connect (เฉพาะรุ่น V รุ่น G จะเป็นเครื่องเล่น CD 1 แผ่น ไม่มีหน้าจอ)

ออปชันอย่างหนึ่งในห้องโดยสารที่ไม่แน่ใจว่า ตกลงมีมาให้ในรุ่น V เลยหรือว่าลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มคือ หน้าจอ LED ขนาด 8 นิ้วสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เนื่องจากในโบว์ชัวร์จะมีการแสดงอุปกรณ์ตัวนี้ไว้ด้วยว่าเป็นอุปกรณ์หนึ่งในห้องโดยสาร แต่ในตารางอุปกรณ์แจ้งว่า เป็นอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษเพิ่มเติม จำหน่ายและติดตั้งโดย บริษัท ไทยออโต้ คอนเวนชั่น จำกัด

ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารของ โตโยต้า ซีเอนต้า มี 2 ตอนทั้งรุ่น V และ G โดยรุ่น V ด้านหน้าจะเป็นแบบอัตโนมัติปรับควบุคมด้วยระบบ Digital ส่วนรุ่น G เป็นระบบธรรมดา และด้านหลังเป็นระบบธรรมดาเหมือนกันทั้ง 2 รุ่น

สำหรับกระจกหน้าต่างทั้งรุ่น V และ G เป็นแบบไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันการหนีบด้านคนขับเหมือนกัน

ประตูข้างของ All New Toyota Sienta จะเป็นแบบบานสไลด์ทั้ง 2 ด้านเพื่อความสะดวกในการเข้า-ออก แต่สิ่งที่ต่างกันระหว่างรุ่น V และ G คือ ในรุ่น V จะเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าทั้งด้านซ้ายและขวา ในขณะที่รุ่น G จะเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าเฉพาะด้านซ้ายเท่านั้น ด้านขวาจะไม่มีระบบไฟฟ้า

ในการควบคุมการเปิด-ปิดประตูด้วยระบบไฟฟ้าสามารถสั่งงานได้จากสวิทช์บริเวณคนขับ หรือรีโมทคอนโทรล พร้อมระบบช่วยปิดประตูแบบไฟฟ้า (Easy Closer)

ช่องเก็บของรอบคัน ทุกซอกทุกมุมของห้องโดยสาร

การออกแบบในห้องโดยสารอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับรถอเนกประสงค์แบบนี้คือ เรื่องของที่วางของช่องเก็บต่างๆ ซึ่งในห้องโดยสารของ All New Sienta ได้ออกแบบช่องเก็บของโดยรอบเอาไว้ลายจุดด้วยกัน คือ…

  • ที่เก็บของบริเวณคอนโซลหน้าพร้อมระบบรักษาความเย็น (Cool Box)
  • ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้า
  • ลิ้นชักเก็บของอเนกประสงค์บริเวณคอนโซลหน้า
  • ที่วางแก้วน้ำสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า
  • ที่วางแก้วน้ำ สำหรับผู้ขับขี่
  • ที่วางขวดน้ำระหว่างผู้ขับขี่และที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า 
  • ช่องเก็บของใต้คอนโซลหน้า
  • ที่วางขวดน้ำและช่องเก็บของบริเวณประตูผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
  • ช่องเก็บของบริเวณมือจับประตูด้านในผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
  • ที่วางขวดน้ำและช่องเก็บของบริเวณประตูที่นั่งผู้โดยสารแถวที่ 2
  • ช่องเก็บของริมกระจกที่นั่งผู้โดยสารแถวที่ 3
  • ที่วางขวดน้ำและช่องเก็บของที่นั่งผู้โดยสารแถว 3
  • ช่องเก็บเอกสารหลังเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า (เฉพาะรุ่น V)
  • ถาดเก็บของใต้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า (เฉพาะรุ่น V)

เบาะนั่งฟังก์ชันดี พับราบ พับตลบ พับแยกได้หมด

All New Sienta มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 2 สามารถพับแยกได้ 50 : 50 แบบ 1-Touch Tumble ส่วนแถวที่ 3 แยกพับได้ 50 : 50 แบบ Drive-in

ถ้าอธิบายให้เห็นภาพก็คือ ถ้าต้องการพื้นที่วางสัมภาระด้านหลังเพิ่ม เบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถที่จะพับราบได้ ไม่ใช่การพับพนักพิงลงโดยที่พนักพิงด้านหลังราบเป็นระนาบเดียวกับพื้นรถ แต่การพับของเบาะนั่งแถวที่ 3 คือ การพับไปเก็บไว้ใต้เบาะนั่งแถวที่ 2 ได้

หากต้องการพื้นที่เพิ่มมากขึ้นอีกสามารถพับเบาะนั่งแถวที่ 2 อีกสเต็ปหนึ่ง ซึ่งการพับเบาะนั่งแถวที่ 2 จะเป็นการพับแบบตลบคือ พับพนักพิงลงและยกฐานเบาะขึ้นไปชิดกับพนักพิงของเบาะนั่งด้านหน้า ซึ่งเมื่อพับตลบเบาะนั่งแถวที่ 2 ขึ้นแล้ว ด้านหลังพนักพิงของเบาะนั่งแถวที่ 3 ซึ่งถูกพับมาอยู่ตรงตำแหน่งของเบาะนั่งแถวที่ 2 จะอยู่ในแนวราบและเสมอกับพื้นรถด้านหลังพอดี

การพับอีกแบบหนึ่ง สำหรับการวางสิ่งของในแนวยาวคือ การพับเบาะนั่งแถวที่ 2 พับและตลบขึ้น และพับเบาะนั่งแถวที่ 3 แต่เป็นการพับแค่ครึ่งเดียวหรือ 50%

เครื่องยนต์ ส่งกำลัง และช่วงล่าง

All New Toyota Sienta ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Dual VVT-i DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,496 ซีซี มีกำลังงานสูงสุด 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที รองรับเชื้อเพลิง E20 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 16.1 กม./ลิตร ตามข้อมูลจากโตโยต้า

ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ CVT มีอัตราทดเกียร์เดินหน้า 2.480 – 0.396 อัตราทดเกียร์ถอยหลัง 2.604 – 1.680 เฟืองท้าย 5.698

ในส่วนของช่วงล่าง พวงมาลัยเป็นเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS) ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีมและคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

ในรุ่น V จะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ยาง 195/50R16 รุ่น G เป็นล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ยาง 185/60R15 ยางอะไหล่เปนแบบ Temporary Tire

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยโดนรวมของรุ่น V และ G เหมือนกัน คือ…

  • โครงสร้างนิรภัย GOA
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้า ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง พร้อมระบบผ่อนแรง และดึงรั้งกลับอัตโนมัติ
  • เข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งแถวที่ 2 ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • เข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งแถวที่ 3 ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
  • ถุงลมนิรภัย SRS 3 จุด (ผู้ขับขี่+ผู้โดยสารด้านหน้า+และหัวเข่าผู้ขับขี่)
  • แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • ระบบกันขโมย
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบเสริมแรงเบรก (BA)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ (VSC)
  • ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน (HAC)
  • ระบบป้องกันการออกตัวแบบผิดวิธี (Drive Start Control)

ระบบหนึ่งที่แตกต่างกันและมีให้ในรุ่น G คือ สัญญาณกะระยะถอยหลัง ในขณะที่รุ่น V จะเป็นกล้องมองหลัง ทั้งนี้ต้องดูอีกทีว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานหรือว่าเป็นอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษเพิ่มเติมที่ต้องมีค่าใช้จ่ายอีกหรือไม่

สรุปออปชันที่ต่างกันระหว่างรุ่น V และ G

มาดูกันหน่อยว่าในราคาที่ต่างกัน 115,000 บาท ระหว่างรุ่น V กับรุ่น G มีอะไรบ้างที่ต่างกัน คุ้มไหมที่จะเลือกรุ่น V หรือว่าเลือกแค่รุ่น G ก็พอแล้ว ออปชันบางอย่างค่อยมาติดตั้งเพิ่มเอาเองทีหลัง

ออปชันหลักๆ ที่ต่างกันระหว่างรุ่น V กับรุ่น G ก็จะมี…

ภายนอก

  • ไฟหน้า Bi-Beam LED กับ ฮาโลเจน
  • ไฟหรี่ LED กับ ธรรมดา
  • ไฟท้าย Light Guiding กับ LED
  • ล้อและยาง ขนาด 16 นิ้ว กับ 15 นิ้ว

ภายใน

  • เบาะนั่ง หุ้มหนัง กับ เบาะผ้า
  • Push Start
  • Smart Entry
  • หน้าจอ MID แบบ TFT 4.2 นิ้ว
  • ปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย
  • ระบบปรับอากาศ
  • ระบบเปิด-ปิดประตูข้าง (รุ่น G เป็นระบบไฟฟ้าข้างเดียว)
  • เครื่องเสียง DVD กับ CD
  • หน้าจอ (ด้านหน้า) และการเชื่อมต่อต่างๆ (Bluetooth/USB)
  • จอหลัง
  • ถาดเก็บของใต้เบาะ

MotorShop Comment ความเห็นของเว็บไซต์

ความเห็นของผมต่อ All New Toyota Sienta กับการที่มีโอกาสได้เห็นตัวจริงในงานเปิดตัว ซึ่งถือว่าเป็น First Look หรือ First Impression นั้น ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบ โดยรวมถือว่าเป็นดีไซน์ที่น่าสนใจ ด้านหน้าอาจจะรู้สึกเฉยๆ อาจไม่โดนใจสักเท่าไร แต่ก็ไม่เชิงว่าไม่ชอบ แต่การออกแบบด้านข้างกับด้านท้ายคิดว่าออกแบบได้สวยดี

ตัวจริงสีส้มซึ่งเป็นสีเดียวกับที่เปิดตัวในประเทศอื่นๆ สวยสดใส ดูสปอร์ตไม่ต่างจากที่เห็นในภาพ และสีขาวที่นำมาโชว์ในงานด้วยก็เป็นอีกสีหนึ่งที่สวยเช่นกัน แต่สีเงินรู้สึกเฉยๆ

ห้องโดยสารในเรื่องของดีไซน์ ชอบดีไซน์ของคอนโซลหน้าดูหวือหวาดี แต่ดีไซน์เบาะนั่งรู้สึกเฉยๆ อาจเป็นเพราะว่าดูธรรมดาๆ แต่เรื่องออปชัน ความอเนกประสงค์ และฟังก์ชันของเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3 นี่เรียกว่าประทับใจ โดยเฉพาะเบาะนั่งแถวที่ 3 ออกแบบมาได้ดีในเรื่องของการพับนะ พับได้ราบและได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นมากจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่พับพนักพิงลงเฉยๆ แต่พับพนักพิงลงแล้วยกทั้งฐานและพนักพิงลงไปอยู่ใต้เบาะนั่งแถว 2 ได้เลย

ผมยังไม่มีโอกาสได้ทดลองนั่งหรือเข้าไปสัมผัสในห้องโดยสารสักเท่าไร เพียงแค่ยืนดูอยู่ภายนอก แต่จากสายตาคิดว่ามีสิ่งที่น่าจะเป็นจุดด้อยอยู่บ้างก็ตรงที่พื้นที่ของเบาะนั่งแถวที่ 3 ดูจะแคบไปสักหน่อย ผู้ใหญ่หรือคนตัวใหญ่ๆ นั่งไม่ได้แน่ คงเหมาะกับการเป็นที่นั่งเด็กๆ เท่านั้น แต่ด้วยมิติขนาดตัวก็คงทำได้เท่านี้ แม้ว่าจะเป็นรถ 7 ที่นั่งเอาเข้าจริง การใช้งานในครอบครัวหรือในกลุ่มก๊วนเพื่อนฝูงส่วนใหญ่ก็คงอยู่ที่ 5 คน

โดยรวมแล้วคิดว่าเป็นรถที่น่าใช้ โดยเฉพาะถ้าไม่ติดเรื่องออปชันมากนัก วิทยุธรรมดาๆ ก็ฟังได้ ล้อ 15 นิ้วแต่เป็นล้ออัลลอยก็พอใจแล้ว แอร์ธรรมดาก็เย็นได้ รุ่น G ในราคา 7.5 แสนบาทก็ถือว่าคุ้มค่าไม่แพงเกินไป แต่ถ้าคิดว่าจ่ายเพิ่มอีก 1.15 แสนบาท แล้วได้สิ่งต่างๆ ครบครันขึ้น ไปติดเพิ่มเองอาจจะต้องจ่ายแพงกว่านี้ คำตอบก็อยู่ที่รุ่น V แต่อย่าลืมพิจารณาดีๆ ว่า 8.65 แสนบาทจะคุ้มไหม ราคาระดับ 8 แสนบาทยังมีรถลักษณะเดียวกนัให้เลือกอีก ก็ต้องลองพิจารณาดีๆ

Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register