Share This Post

Knowledge / Main Slider / Pickup

อุด EGR ดี !!!??? ความเชื่อเหนือความจริง ขาซิ่งต้องพิสูจน์

อุด EGR ดี !!!??? ความเชื่อเหนือความจริง ขาซิ่งต้องพิสูจน์

กระจายความรู้ คู่ความมันส์ กับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแต่มากด้วยสาระแบบ “สรุป” ที่เข้าใจง่าย ทั้งเรื่องกระแสการใช้ การซ่อม การแต่งรถในแง่มุมที่ทุกๆ คนสามารถเข้าใจได้ เรื่องยากๆ เราทำให้ง่าย จะได้เป็นความรู้ว่าไอ้สิ่งที่ “เขาเล่าว่า” มันมีที่มาที่ไปยังไง และ “อะไรคือความจริง” ครั้งนี้ว่ากันด้วยเรื่องของเครื่อง “ดีเซลซิ่ง” ที่จะต้องมีการ “อุด EGR” ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่า “จะอุดเพื่ออะไร” อุดแล้วแรง หรือยังไง ??? ได้ยินเขาบอกให้อุดก็อุด อุดแล้วแรง อุดแล้วตื๊ด แล้วเราจะเชื่อ “เขา” คนนั้นเป็นใคร จะเชื่อมันดีหรือเปล่า ???

เรื่องของ EGR ที่ต้องรู้ก่อน 

EGR หรือ Exhaust Gas Recirculation Valve จะเป็นวาล์วที่ทำหน้าที่ “นำไอเสียบางส่วนกลับไปเผาไหม้ใหม่” เพื่อ “ลดมลพิษของคาร์บอนไดออกไซด์” ที่จะปล่อยมาสู่บรรยากาศภายนอก ตัวนี้จะทำงานโดยประมวลผลจากกล่อง ECU คือ ความเร็วรถ, การเหยียบคันเร่ง ว่าจะให้ EGR เปิดกี่ % อันนี้เป็นระบบจากโรงงานที่ติดตั้งมาให้ เนื่องจากกฏหมายเรื่องค่ามลพิษบังคับไว้

แต่ในอีกแง่คิดหนึ่งของกลุ่มที่แต่งรถแบบ Aftermarket มองว่า การนำไอเสียมาเผาไหม้ใหม่ ทำให้ความแรงลดลง เพราะแทนที่จะเป็น “ออกซิเจน” ล้วนๆ กลับเอา “คาร์บอนฯ” มาผสมในการจุดระเบิด และอาจจะทำให้เกิดเขม่าในห้องเผาไหม้ด้วย ก็เลยเกิดการ “ถอด EGR” ออก แล้ว “อุด” ซะ เลยเป็นที่มาของคำว่า “อุด EGR” เพื่อที่จะตัดวงจรนี้ออกไป ซึ่งจะไม่มีไอเสียเข้ามาเผาไหม้อีกแล้ว กลายเป็นไอดีล้วนๆ มีผลกับความแรงที่เพิ่มมากขึ้น และลดเขม่าที่เกาะในห้องเผาไหม้และระบบไอดี ทำให้สะอาดขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่ช่างทำดีเซลสายซิ่งเขาให้ความเห็นไว้

อุดซี้ซั้ว จะเจออะไร ??? 

การอุด EGR เท่ากับว่าเรา “ตัดวงจร” การทำงานส่วนหนึ่งของระบบเครื่องยนต์ออกไป ถ้าเป็นเครื่องดีเซลที่เป็นมาตรฐาน EURO 1-3 สามารถถอดออกแล้วอุดได้เลย ไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์และระบบกล่อง ECU แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ EURO 4 ขึ้นไป ถ้าถอดออกจะมีปัญหาเรื่อง Check Engine ขึ้นโชว์ หรือภาษาวัยรุ่นเขาว่า “เช็คเด้ง” คือ มันแจ้งว่ามี False Code ผิดปกติไป ระบบไม่ครบถ้วน ก็จะเข้า Safe Mode รถวิ่งไม่ออก เพราะฉะนั้น คิดให้ดีๆ ก่อนทำ

แต่ถ้าจะทำ ก็ไม่ยาก ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็จะใช้ตัว “อาร์” หรือ Resistant ตัดต่อสายไฟ พ่วงคร่อมสัญญาณที่ Air Flow Meter เพื่อ “หลอกสัญญาณว่ายังมี EGR อยู่” แต่ ณ ตอนนี้ ก็มีชุดกล่องหลอกสัญญาณพร้อมปลั๊กเสียบแบบครบๆ ราคาประมาณ 900 บาท จริงๆ มันก็มีตัว Resistant เหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ทำกล่องทำปลั๊กให้มันดูดีมีราคาหน่อย ก็จะแก้ปัญหาเรื่องไฟเช็คโชว์ได้ และเป็นที่นิยมในการโมดิฟายสเต็ปแรก ที่จะต้องถอด EGR และมีแผ่นปิดหรืออุดขายเป็นเซ็ตเรียบร้อย

ไม่ถอดได้มั้ย 

อันนี้แล้วแต่ความต้องการของคุณ ถ้าขับเดิมๆ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร มีมันอยู่ก็ดีครับ อย่างน้อยก็ลดมลพิษไอเสียลงได้บ้าง อย่าไปดิ้นรนถอดออกเพราะเห็น “เขาถอดกัน” เพียงแต่ว่า “จะต้องมีการล้างและบำรุงรักษา EGR และลิ้นเร่งกันตามระยะ” เพราะมันจะมีเขม่าเข้าไปเกาะ ถ้าปล่อยนานมากๆ จะเกิดการอุดตัน มีไว้ก็ไม่ได้เสียหาย แต่บำรุงรักษา ล้างทำความสะอาดบ่อยหน่อยจะได้ไม่เกิดเรื่อง

มาถึงตรงนี้ ก็อาจจะมีทั้งกระแสส่วนใหญ่ชอบ ว่าการอุด EGR นั้นได้เรื่องความแรงเพิ่มขึ้น และ เครื่องยนต์สะอาดกว่า เป็นที่นิยมในสายโมดิฟาย ณ ปัจจุบัน (จริงๆ ก็มีทำกันนานแล้วละครับ) แต่อีกกระแส อาจจะไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการเพิ่มมลพิษในอากาศจากไอเสียที่มากขึ้น สุดท้ายนี้ อ่านดีๆ นะครับ เราไม่ได้บ่งชี้ว่าจะต้องถอด EGR เพื่อความแรง แต่นำเสนอให้ผู้อ่านได้ทราบว่า “ถอดหรือไม่ถอด มันมีผลอย่างไรเท่านั้น” ท้ายสุด เราห้ามใครไม่ได้ ก็สุดแล้วแต่เจ้าของรถคันนั้นๆ จะพิจารณาว่า “เลือกทางไหน” เท่านั้นเอง ด้วยความเคารพครับ

EGR เป็นอุปกรณ์ที่รถเดิมๆ จากโรงงานจำเป็นต้องมี เพื่อให้ผ่านกฏหมายคุมมลพิษ แต่ถ้าเป็นรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นมาตรฐาน EURO 4 จะต้องมีชุดกล่องหลอกสัญญาณด้วย ถอดเฉยๆ จะ “เอ๋อ” ทันที
EGR จะทำหน้าที่เป็นวาล์วเปิดให้ไอเสีย “บางส่วน” ไหลเข้ามาในท่อไอดีเพื่อเผาไหม้อีกรอบ เป็นการลดมลพิษ แต่อาจจะไม่ถูกใจวัยแรงที่ต้องการสมรรถนะเต็มๆ
ตัว EGR Valve ลักษณะเป็นแบบนี้

Share This Post

Lost Password

Register