Share This Post

Knowledge / Main Slider

HONDA JAZZ (GE) กว้างขึ้น แรงขึ้น ขับสนุก เอาไว้ซิ่งก็ได้ ใช้ในครอบครัวก็ดี

HONDA JAZZ (GE) กว้างขึ้น แรงขึ้น ขับสนุก เอาไว้ซิ่งก็ได้ ใช้ในครอบครัวก็ดี
 

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน ที่ติดตาม Motor Shop Online มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับในเรื่องของ Used Car นั้น ส่วนตัวผมว่า มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนส่วนมาก เพราะด้วยความที่มีราคาแบบ “เลือกได้” สำหรับคนที่ไม่อยากจะทุ่มเงินมากนักในการซื้อรถป้ายแดง หรือมองว่า จ่ายเท่ากัน แต่ได้รถมือสองใน Class ที่สูงกว่า หรือ คนที่ชอบแต่งรถ ซื้อรถใหม่มาแต่งก็เสียดาย หารถมือสองสภาพดีๆ และเก็บเงินส่วนต่างมาไว้ทำดีกว่า ก็ “นานาจิตตัง” นะครับ

สำหรับตลาดรถ B-Segment หรือเรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “รถพันห้า” จะได้รับความนิยมสูง เนื่องจากว่า “ขนาดมันกำลังดีจัง” ไม่ใหญ่และเล็กเกินไปสำหรับชีวิต “คนในเมือง” ที่โดยมากก็จะ “ติดมากกว่าวิ่ง” ถ้าจะเทียบกับ ECO car หลายคนก็ว่ามันเล็กไปหน่อย ครั้นจะขยับขึ้นไป C-Segment บางคนก็ว่า “มันใหญ่ไปนิดนะ” เพราะตัวรถมันก็ใหญ่จริงๆ อย่างที่ว่า เพราะงี้ B-Segment จึงเป็นคำตอบที่คนในเมืองต้องการอย่างมาก ซึ่งเดี๋ยวนี้สมรรถนะของรถในคลาสนี้ก็ไม่ใช่ย่อย เรียกว่า “ขับสนุก” และ “ประหยัด” ช่วงล่างก็ดีกว่ารถยุคก่อนๆ เยอะเลย ทำให้ขับสบายและมั่นใจมากขึ้น ก็เลยนิยมทั้ง “ใช้” และ “แต่ง” ซึ่งของแต่งก็มีมากมายเกลื่อนกลาด เลือกเอาได้ตามความพอใจ แรงม้ามาตาม Package จึงไม่แปลกที่มันจะได้รับความนิยมสูง อย่างเช่น B-Segment ที่เราจะมาคุยกันในครั้งนี้ HONDA JAZZ

HONDAA JAZZ จุดเร้าเขย่าตลาดรถไทย

ในช่วงปลายปี 2003 HONDA AUTOMOBILE Thailand ก็ได้ตัดสินใจเปิดตัว “JAZZ” ในรหัส GD ซึ่งเป็น Compact Car ที่ “ฮิป” สุดๆ ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน จากไลน์การผลิตในญี่ปุ่น รุ่น “FIT” รถสไตล์นี้ได้รับความนิยมสูงอยู่แล้ว ด้วยความที่มันเป็นรถใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่น คนไทยก็เลยนิยมเพราะไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กัน คือ “ต้องการรถที่ตอบสนองได้หลากหลายในคันเดียว”

ฮอนด้า แจ๊ส เปิดตัวมาพร้อมยอดขายถล่มทลาย ทรวดทรงน่ารัก สมรรถนะใช้ได้ ด้วยเครื่องยนต์ L15A i-DSi มีเรี่ยวแรงพอใช้ได้ 88 แรงม้า ภายในกว้างขวาง เบาะหลังปรับได้ ตอนนั้นถือเป็นรถ New Gen ที่ใหม่หมดจริงๆ ทิ้งคราบรถยุค 90 ไปได้เลย เลยโดนใจ “วัยรุ่น” รวมถึง “วัยเริ่มทำงาน” และ “รุ่นเดอะ” บางท่าน ที่ต้องการรถขับง่ายๆ คล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการมุดในเมือง รวมถึงการจอดในที่แคบๆ แบบที่รถขนาดใหญ่ได้แต่มอง แถมยังมีกระแสการแต่งแบบ JDM เกิดขึ้น คือ การลอกคราบ FIT ตัวนอก ซึ่งมีอุปกรณ์สวยงามหรูหรากว่า มาใส่กับรถบ้านเรา เรียกว่าตอนนั้นกระแส JAZZ มาแรงมากๆ จนเรียกว่าไร้คู่แข่งกันเลย ในปี 2005 ก็มีไมเนอร์เชนจ์ มีรุ่น VTEC ออกมา แก้ปัญหาเรื่อง “อืด” จากตัว i-DSi มีแรงม้า 110 PS ซึ่งสูสีกับ VIOS ทำให้รถขับสนุกขึ้นมาก และประหยัดขึ้นอีก

HONDA JAZZ GE Gen 2 

สำหรับ Gen 2 จะเป็น JAZZ ในรหัส GE (บางคนก็อ่านแบบเอาฮาว่า “เก๊”) เปิดตัวในช่วงปี 2008 โดยขยายตัวถังให้ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น เหมือนกับการตอบโจทย์ในกลุ่ม “ครอบครัว” มากกว่าตัวก่อนที่จะเป็นแนว “วัยรุ่น” ซะมากกว่า ซึ่งตัวท๊อป ก็คือ SV ส่วนตัวประหยัดสุด ก็คือ S ที่เป็น “ล้อกระทะ” มาจากโรงงาน สำหรับ “สายใช้” จริงๆ สำหรับรายละเอียดอุปกรณ์จุกจิกต่างๆ ผมขอละไว้แล้วกัน เพราะจะเน้นในด้านตัวรถจริงๆ มากกว่า เรื่องรุ่นต่างๆ ผู้ที่จะซื้อสามารถเลือกเองได้อยู่แล้วตามความพอใจ

ส่วนเครื่องยนต์เป็น L15A เหมือนเดิม แต่เพิ่มระบบ i-VTEC ขึ้นมา ซึ่งสิ่งที่เพิ่มมา คือ “ระบบปรับ Over Lap หรือ จังหวะการเปิดปิดของแคมชาฟต์” หรือที่เรียกว่า “แคมกระดิก” นั่นเอง เครื่องเลยมีแรงม้ามากขึ้นเป็น 125 PS ก็แรงเห็นหน้าเห็นหลังกว่ารุ่นก่อนกันเลยทีเดียว ส่วนเกียร์จะมี ธรรมดา 5 สปีด สำหรับ “คนชอบซิ่ง” หรือ “คนใช้งานต่างจังหวัด” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เกียร์ออโต้เหมือนคนในเมือง ส่วนรุ่นเกียร์ออโต้ ที่ชอบมากๆ คือ “เป็นเกียร์ 5 สปีด” ไม่ได้เป็น CVT เหมือนตัว GD แล้ว ทำให้ฟิลลิ่งการขับขี่สนุกขึ้นมากจริงๆ นับว่า HONDA คิดถูกทาง ไม่ได้ว่า CVT เลวร้าย แต่คนไทยในช่วงนั้นอาจจะยังไม่ “อิน” ทั้งเรื่องการขับและดูแลรักษา ดังนั้น กลับมาใช้เกียร์แบบดั้งเดิมจะเหมาะกว่า สำหรับรุ่น GE นี้ ก็มีขายจนถึงปี 2014 ก่อนจะเปลี่ยนรุ่นเป็น GK ในปัจจุบัน ที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นไปอีก

ขับสนุก โมดิฟายมันส์ 

ด้วยขุมพลังถูกพัฒนาเพิ่มแรงม้า และเพิ่มระบบ i-VTEC ทำให้อัตราเร่งฉูดฉาดต่อเนื่อง “สนุกดี” ถ้าอยากแรงก็ต้อง “เกียร์ธรรมดา” จะเหมาะสำหรับวัยรุ่นที่ต้องการขับมันส์ และ เผื่อในการโมดิฟายเพิ่ม เรียกว่าอัตราทดเกียร์ที่ค่อนข้างจัดและชิด สไตล์ HONDA ช่วยได้เยอะเลย แต่ต้องทำใจหน่อยเวลาวิ่งยาวๆ เพราะรอบมันค่อนข้างสูงกว่าชาวบ้านเขา ส่วนเกียร์ออโต้ 5 สปีด ก็ไม่เลว อัตราทดก็ค่อนข้างชิดเหมือนกัน แต่เกียร์ 5 จะทดต่ำ ทำให้ขับขี่สบายขึ้น ประหยัดขึ้นในทางไกล การตอบสนองของเกียร์ออโต้รุ่นนี้ดีครับ ขับสนุกกว่าแบบ CVT ที่เน้นความนิ่มนวลเป็นหลัก สำหรับเรื่องอัตราสิ้นเปลือง รถพวกนี้ไม่ค่อยจะเป็นปัญหากับกระเป๋าตังค์ตอนควักจ่ายค่าน้ำมันสักเท่าไร ถ้าไปแบบเรื่อยๆ เนียนๆ ปกติ รถไม่ติดสาหัสมาก “สิบกว่าโลลิตร” ได้เห็นแน่ๆ ส่วนออกทางไกล ความเร็วเฉลี่ย “ร้อย ร้อยสิบ ร้อยยี่” ไม่เกินนี้ อัตราสิ้นเปลืองจะสวยแถวๆ “สิบห้าโลลิตร” กว่าๆ น่าจะได้

สำหรับการเกาะถนน ด้วยความที่ขนาดตัวรถมันเพิ่ม น้ำหนักเพิ่ม ขยายความกว้างฐานล้อ และ ช่วงล้อหน้าถึงหลัง จะส่งผลให้รถมีการเกาะถนนที่ดีขึ้น ก็อย่างที่บอกว่า JAZZ GE ได้เน้นความเป็นครอบครัวมากขึ้น รวมถึงเป็น “เพื่อนเดินทาง” ได้ดีขึ้น การเกาะถนนค่อนข้างดีในรถแบบนี้ การวิ่งความเร็วสูงระดับ 120-140 กม. ต่อ ชม. ในการเดินทาง ยังให้ความมั่นใจได้ดี แต่ไปถึง 160 ++ ก็จะเริ่มรู้ซึ้งถึงความเบา ต้องระวังกันหน่อย โดยเฉพาะตอนโดนลมปะทะจะค่อนข้างมีอาการชัดเจน เพราะเป็นรถทรงสูง ส่วนความนิ่มนวลก็พอใช้ ไม่นิ่มมากเพราะช่วงล่างจะเซ็ตออกแข็งหน่อย แต่ด้านหลังนั้นยังไม่น่าพอใจนัก ยังมีอาการ “ดีดกระด้าง” ให้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจน มาจากการใช้สปริงที่ “ขดสั้น” ช่วงยุบยืดเลยมีน้อยตามสไตล์รถลักษณะนี้ที่พื้นหลังจะทำให้เรียบต่ำ ให้มีเนื้อที่เยอะ ช่วงล่างเลยไม่มีที่อยู่สักเท่าไร ก็ต้องยอมใช้ท่านี้ไป เพราะรถแนวนี้ก็คงไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ขับสักเท่าไร ส่วนล้อถ้าเป็นตัว SV ก็จะเป็น “ขอบ 16 นิ้ว” ใส่ “ยางบาง” ก็จะออกอาการเยอะหน่อย บางคนก็ลดขนาดล้อมาเหลือ 15 นิ้ว แต่ใส่ “ยางดี” หน้ากว้างขึ้นเป็น 195 จะช่วยเรื่องการเกาะถนนได้อีกเยอะ แต่ถ้าอยากจะหนึบมั่นใจมากขึ้น ก็ต้องหา “โช้คอัพแต่ง” สักชุด อาการลอยๆ ก็จะลดลงไป แต่ยังไงใส่โช้คแต่งแล้ว ด้านหลังก็คงยังมีอาการดีดกระด้างตึงตังบ้างอย่างที่ว่า ก็ต้องทำใจเพราะท้ายเบา และ ดีไซน์ของช่วงล่างมันมาเป็นอย่างนั้นเอง ส่วนระบบเบรก ก็มี ABS มาให้พร้อม มั่นใจได้ดีตามระดับชั้นของรถ

ภายในใช้เป็นรถครอบครัวได้สบาย

สำหรับเนื้อที่ภายใน ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนแล้วนับว่า “ไม่ได้เหนือแค่เหลือกว่า” นั่งสบายขึ้น ส่วนทัศนวิสัยรอบด้าน “ดี” โปร่งโล่งสบาย กระจกเยอะดีว่ะชอบ เรียกว่าถ้าใครยังบอกว่าขับยากก็คงต้องพิจารณาเรื่องสายตาตัวเองแล้วล่ะ อุปกรณ์ภายในก็ดูทันสมัยดี ส่วนเรื่องวัสดุก็เป็นแบบ Recycle บางจุดอาจจะป๋องแป๋งบ้างก็ต้อง “เบามือ” กันหน่อย การเก็บเสียงโดยรวมพอใช้ ในด้านหน้าไม่ค่อยมีปัญหา แต่ในด้านหลังจะได้ยินเสียงช่วงล่าง รวมถึงเสียงอื่นๆ เล็ดลอดเข้ามาเยอะหน่อย ส่วนเวลาสะเทือน เสียงจากแถวๆ ฝาท้ายจะลั่นๆ หน่อย มาจากช่วงล่างหลังที่ดีดกระด้าง ทำให้เกิดเสียงปึงปังให้ได้ยินชัดเจน ก็ต้องทำใจกันหน่อยเพราะรถเขาสร้างมาแบบนี้ ถ้าอยากเงียบก็ต้องหาพวก “วัสดุซับเสียง” ติดเพิ่มเอาเอง

ซื้อได้เลยถ้าชอบ HONDA

บทสรุป กับ HONDA JAZZ GE ณ ตอนนี้ ก็ค่อนข้างที่จะคุ้มค่าราคา ถ้าจะกลับไปเล่น GD ตัวแรก ก็อาจจะเก่าไปหน่อย แต่ตัว GE ก็ยังมีรถปีท้ายๆ 2010-2014 ที่สภาพยังสดๆ หาได้เยอะอยู่ จึงเป็นข้อได้เปรียบที่อาจจะได้รถดีคุ้มราคา ถ้าเป็นตัวแรกๆ ปี 2008-2009 ราคาก็อยู่ประมาณ “สามแสนต้นถึงกลาง” แต่ต้องเลือกสภาพกันหน่อย เพราะปีประมาณนี้ก็จะต้องเริ่มซ่อมกันบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก จากการสอบถามพรรคพวกที่ใช้รุ่นนี้อยู่ ก็บอกว่าใช้มาแล้วไม่มีปัญหาจุกจิกอะไรให้ปวดหัว มีเพียงเซอร์วิสตามระยะแค่นั้นเอง แต่ถ้ามีงบเพิ่ม ก็ขยับไปปีใหม่กว่า ก็ตั้งแต่ “สี่แสนกลาง” จนถึง “เกือบห้าแสน” สำหรับรุ่นออกในปี 2014 ซึ่งราคาก็อาจจะพอๆ กับ ECO Car ป้ายแดง ก็ต้องลองเลือกดูว่าอยากจะได้รถเครื่องใหญ่กว่า แต่ยอมเป็นมือสอง ในราคา ECO Car ตัวรองๆ ก็ต้องพิจารณากันดู แต่ภาพรวม JAZZ GE เล่นได้ครับ อะไหล่เพียบ ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก ไม่เคยได้ยินข่าว “ทุบ” กันนะรุ่นนี้ แถมของแต่งยังมีอีกเยอะ เพราะเป็นรถที่คนนิยมใช้กันอยู่มาก แม้ว่าจะได้รถปีเก่าหน่อย แต่ถ้ายังสภาพดีๆ ก็ถือว่าคุ้มค่า

Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register