Share This Post

Main Slider / Retro Car

ปฐมบทตำนานโรตารี่ขยี้โลก MAZDA SAVANNA RX-3 ผู้เกิดมาฆ่า SKYLINE KPGC10

ปฐมบทตำนานโรตารี่ขยี้โลก MAZDA SAVANNA RX-3  ผู้เกิดมาฆ่า SKYLINE KPGC10

ในยุคสมัย 70 รถ Production ที่ “เปรียว” ที่สุด ทั้งในด้านสมรรถนะและความงดงาม รวมถึงผลงานในสนามแข่ง GT หรือ Grand Touring Car ของญี่ปุ่น ที่ดูโดดเด่นมากก็คือ SKYLINE 2000 GT-R ในรหัส KPGC10 ซึ่งเกือบจะเป็น All Champion ในรายการ Japanese Grand Prix อยู่แล้ว ในการแข่งขันทั้งหมด 50 ครั้ง แต่ 1 ครั้ง จะมีตัว “ขัดลาภ” ก็คือ MAZDA SAVANNA RX-3 ที่งัดแชมป์ไปได้ 1 ครั้ง ทั้งๆ ที่ระบบช่วงล่างสู้ “ซีเท็น” ไม่ได้ 

เอาน่า อย่างน้อยมันก็ยังพยายามที่จะสู้เพื่อแชมป์ และแน่นอนว่า “รถมีตำนาน” รุ่นนี้ ย่อมเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่นเอง ไปสาย “ฝรั่ง” ฝั่งอเมริกา ข้ามมาฝั่ง “ออสเตรเลีย” และ “นิวซีแลนด์” ที่คลั่ง RX-3 กันมากมาย เรียกว่าแทบจะเป็นที่สุดในโลกแล้วก็ว่าได้สำหรับสองประเทศนี้ รวมถึง “ไทยแลนด์” ที่กระแส Retro มาแรง RX-3 ย่อมเป็น First Choice สำหรับคนเล่นแบบ “ถึง” ที่จะต้องใฝ่หามาจอดในโรงรถในสภาพปิ๊งๆ เดิมๆ เหมือนดั่งวันวานป้ายแดง จึงจะเรียกว่าทำถึงและเป็นตัวจริง

ทุ่งหญ้าอันพริ้วไหว สะกดใจกับความแรง

หลังจากที่ประสบความสำเร็จกันกับ MAZDA COSMO ที่เป็นสปอร์ตเครื่องโรตารี่ที่สามารถปลุกผีกลับมาได้ หลังจาก NSU พับโครงการเครื่องโรตารี่ใส่ลิ้นชักไปนาน MAZDA นำกลับมาปรับปรุงจนสามารถขายได้จริง และได้รับความนิยมสูง ไม่แปลกที่จะบรรจุโรตารี่ไว้ในไลน์การผลิตของรถตัวเอง เช่น ตระกูล RX เริ่มกันจาก RX-2 CAPELLA ที่เป็นรถขนาดกลาง ก็คือในคลาสของ 626 นั่นเอง ได้รับความนิยมพอสมควร (ปัจจุบันถือว่าเป็นตัวหายากกว่า RX-3 เสียอีก) ทาง MAZDA เองก็รู้ว่าตัวเองมีรถขนาดเล็กยอดฮิตอย่าง FAMILIA อยู่ในมือ จึงผลิต RX-3 ออกมา ในพื้นฐานของ 808 GRAND FAMILIA โดยเปิดตัวในปี 1971 พร้อมกันทั้งญี่ปุ่นและอเมริกา (ออสเตรเลียเปิดตัวในปี 1972)

ในญี่ปุ่นจะใช้ชื่อว่า SAVANNA ส่วน RX-3 จะเป็นชื่อในอเมริกา และ ออสเตรเลีย ซึ่งรุ่นนี้จะมุ่งเน้นให้มีความโฉบเฉี่ยวและเป็นสปอร์ตมากกว่ารุ่น RX-2 ที่จะออกแนวหรูหราสไตล์รถขนาดกลาง RX-3 จะมีตัวถังทั้งหมด 3 แบบ คือ Super Deluxe Coupe สองประตู, Deluxe Sedan สี่ประตู และ Sport Wagon 5 ประตู ที่ตามออกมาในปี 1972 ไอ้ตัวหลังสุดนี้กลายเป็น Rare Item ที่ตอนนี้ตลาดต้องการมากกว่าสองประตูเสียอีก เพราะ “รถหายากกว่า” และมีความแปลกกว่ารุ่นอื่นๆ

Series I

สำหรับ “รุ่น” ของ RX-3 ก็จะมีหลากหลาย ผิดที่การตกแต่งความสวยงามจากโรงงาน ยกตัวอย่างเช่น Super Deluxe ก็จะเป็นรุ่นพื้นฐาน พวงมาลัยวงไม้ เกจ์วัดตรงกลางเป็นแบบเหลี่ยม ไฟท้ายเป็นดวงกลมๆ GSII (จีเอสทู) เป็นรุ่น Top ที่เน้นความหรูหรา ภายในก็จะเป็นเบาะมีแถบสีเงินคาด เกจ์วัดคอนโซลกลางจะเป็น “ทรงกลม” บางคนก็เรียก “สามเกลอ” ไฟท้ายจะเป็น “ทรงแอปเปิ้ล”

ส่วนรุ่น Top ที่เน้นความสปอร์ต คือ GT ภายในจะเป็นเบาะหนังดำล้วน โลโกภายนอก สเป็กญี่ปุ่นจะเป็นคำว่า SAVANNA ส่วนสเป็กฝรั่งทั้งหลาย จะเป็นคำว่า MAZDA RX-3 เครื่องยนต์รุ่นแรกจะเป็น 10A 2 โรเตอร์ “จานจ่ายคู่” ความจุ 982 ซีซี. (งานนี้โชคดีเพราะภาษีถูกมาก เพราะตอนนั้นจะคิดตาม ซีซี. อย่างเดียว ไม่ได้ดูว่าเครื่องอะไร) ที่พัฒนาขึ้นมาทั้งในด้านลดมลพิษ และ เพิ่มความทนทาน ลดเสียงการเสียดสี มีแรงม้าถึง 105 PS ที่ 7,000 รอบ !!! แรงบิด 135 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบ เกียร์ 4 สปีด ความเร็วปลายทำได้เกิน 180 km/h นับว่ามีความปราดเปรียวและสมรรถนะยอดเยี่ยมในยุคนั้น ในรุ่นเครื่องยนต์ 10A จะใช้รหัสตัวถัง S102A สำหรับ RX-3 สเป็กอเมริกา จะใช้เครื่อง 12A ขนาด 1,146 ซีซี. จาก RX-2 มาแต่แรกเริ่ม เพราะเขาฮิตเครื่องใหญ่

ปี 1972 อัพเกรดเครื่องยนต์เป็นบล็อก 12A จานจ่ายคู่ เปลี่ยนรหัสตัวถังเป็น S124A หน้ากระจังจะมีโลโก้ RE12 ซึ่งรุ่นก่อนจะเป็น RE10 แรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 120 ตัว ที่ 6,500 รอบ แรงบิด 16 กิโลกรัมเมตร ที่รอบเท่าเดิม ทำให้ขับง่ายและแรงติดตีนขึ้นอีกเยอะ ความเร็วปลายระดับ 190 km/h ++ ทำได้ไม่ยากเย็น เกียร์เป็นแบบ 5 สปีด ล้อกระทะขนาดกว้างขึ้นเป็น 5.5 นิ้ว ช่วงล่างที่เตี้ยลงนิดหน่อย ให้ทรงตัวดีขึ้น สำหรับรุ่น Series I นี้ จะเป็น Rare Item ที่หายาก ตลาดต้องการมากเพราะถือเป็นรถรุ่นแรกที่ยังไงก็ต้องหามาเก็บสะสมไว้

Series II

ปี 1973 เปลี่ยนแปลงโฉมหน้ากันหน่อย หน้าตาเปลี่ยนไปให้ดูหล่อเหลาขึ้น จะเป็นแบบ “หน้าฉลาม” แหลมๆ จากรุ่น I ที่เป็นหัวทู่ๆ รุ่นนี้ฮิตกันมากและเห็นกันได้มากกว่า กันชนจะยื่นออกมาเยอะกว่าเดิมตามหน้า ก็ยังใช้เครื่องยนต์ 12A เหมือนเดิม ภาพรวมส่วนมากก็ยังเหมือนเดิม เป็นรุ่นที่แพร่หลายที่สุด ปี 1974 เพิ่มรุ่น GT AP ที่พัฒนาใหม่ในการลดมลพิษ Anti-Pollution คือที่มาของ AP นั่นเอง เครื่องรุ่นนี้จะเป็นแบบ “จานจ่ายเดี่ยว” แรงม้าขึ้นมาอีก “ห้าตัว” เป็น 125 PS ที่ 7,000 รอบ แรงบิด 16.2 กิโลกรัมเมตร ที่ 4,000 รอบ

Series III

สุดท้ายท้ายสุดกับตระกูล SAVANNA RX-3 ที่เปลี่ยนแปลงหน้าตาอีกครั้ง แว่นไฟและกระจังหน้าจะเป็นสีดำล้วน ไม่มีโลโก “โรเตอร์” เหมือนตัวก่อน ทำให้ขาดเสน่ห์ไปมาก ไฟท้ายเปลี่ยนเป็นทรง “หกเหลี่ยม” ภายในเปลี่ยนพวงมาลัยเป็นแบบสามก้าน แต่ตัวก้านเหมือนแท่งเหล็กเล็กๆ สี่แท่งยึดติดกัน (ดูรูปเอาเถอะครับ) โลโกฝาแตรก็ขาดสัญลักษณ์โรเตอร์ไปอีกเช่นเคย รุ่นนี้จะไม่ค่อยได้รับความนิยมเหมือนรุ่นสองเพราะเสน่ห์สัญลักษณ์โรเตอร์ในจุดต่างๆ มันหายไปนี่แหละ ขุมพลัง 12A จานจ่ายเดี่ยว 125 แรงม้า มีขายจนถึงปี 1978

Special Version 

ในการผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่เป็นตัวชูโรงของค่าย ก็ล้วนแต่จะมี “รุ่นพิเศษ” เป็น “ลิมิเต็ด” ออกมายั่วน้ำลาย จะฉลองอะไรก็แล้วแต่ คนก็จะหาแต่รถพวกนี้เพราะมันมีจำนวนจำกัด เป็นของหายากที่เท่กว่ารถทั่วไป อย่างในอเมริกา ก็จะมีรุ่น RX-3 SP ออกมาในปี 1977-1978 ที่ตกแต่งพิเศษให้ดูสปอร์ตหวือหวา สีสันสดใส และมีเฉพาะ “สเป็กอเมริกา” เท่านั้น บนรุ่น Series III ที่เป็น “กันชนบิ๊ก” แต่ทว่า ไฟท้ายกลับไม่ใช่แบบหกเหลี่ยมผ่าซีก แต่เป็นทรงประหลาดๆ เฉพาะสเป็กอเมริกาเท่านั้น มีของตกแต่งสไตล์ตัวแข่ง IMSA เช่น สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่ มีครีบกระจกหูช้างหลัง สปอยเลอร์หลัง สติกเกอร์คาดสไตล์ American Muscle Car สีสันสดใส ที่ดูจะเด่นมากคือ สีส้ม จะตัดกับสติกเกอร์สีดำได้เด่นมาก ถ้าใครมี Series III อยากจะแต่งแบบนี้ก็ได้นะ

เป็นปฐมบทโรตารี่ขยี้โลกที่น่าติดตามเสียจริงๆ เป็นอีกรุ่นหนึ่งซึ่งมีความเป็นมาที่น่าสนใจสมกับที่ได้รับการเรียกขานว่าเป็น “รถเทพ” ที่อยู่ในใจของใครหลายๆ คนสำหรับ MAZDA SAVANNA RX-3 เรื่องความมันที่ชวนให้ว้าวของ RX-3 ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เดี๋ยวไปว่ากันต่อในเรื่องของการทำการหาอะลงอะไหล่กันบ้าง <<ตอนที่สอง>>

บทความโดย : KKK

ขอขอบคุณ พี่ปรีชา รับทำ RX-3 แบบเฉพาะทาง ข้อมูลบางส่วนจาก : www.wikipedia.org 

***บทความนี้จัดทำขึ้นและเป็นลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ www.motorshop.online แต่เพียงผู้เดียว สงวนสิทธิ์มิให้ผู้ใดนำไปใช้หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ติดตามข้อมูลและข่าวสารอื่นๆ กับทางเว็บไซต์ได้ที่ : Facebook Page

ติดตามวีดีโอของทางเว็บไซต์ได้ที่ : YouTube Channel

ตำนานยานยนต์แห่งทุ่งหญ้า SAVANNA RX-3 ที่ Never Die คันนี้เป็น GSII Series I แบบสวยเดิมสนิท (ยันลมยางด้วยมั้ง) Source : https://goo.gl/UExTqy
หน้าตาของ Series I จะเป็นแบบนี้ และหายากแล้วด้วย
น่าหลงไหลกับเส้นสาย และกระจังหน้าแบบรังผึ้ง พร้อมสัญลักษณ์ “โรเตอร์” บนหน้ากระจัง มันสวยสุดๆ แล้ว
ยังคงความงามเสมอ ล้อกระทะมีวงขอบโครเมียมเท่สุดๆ
รุ่น Super Deluxe พวงมาลัยจะเป็น (พลาสติก) ลายไม้ ก้านตัน หัวเกียร์ก็เหมือนกัน เกจ์วัดตรงกลางจะเป็นสี่เหลี่ยม
รุ่น GSII และ GT วัดรอบจะขึ้นขีดเหลืองที่ 6,500 รอบ เรือนไมล์ 200 km/h พวงมาลัยทรงนี้ มีเกจ์ทรงกลมสามเกลอตรงกลาง ไอ้ชุดนี้แหละที่โคตรแพงเพราะมันไม่เหมือน 808 และเป็นเอกลักษณ์จริงๆ
SAVANNA GT ต้องมีโลโก RE12 หน้ากระจัง
ตัวแข่ง JAPANESE GRAND PRIX ที่ขยี้ C10 GT-R ไปหนึ่งดอก
SAVANNA DELUXE Sedan ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ
SAVANNA SPORT WAGON ชอบมากกว่าตัวสองประตูเสียอีก โคตรแรร์ไอเทม ที่ได้ข่าวว่ามีคนไทยออกตามล่าแบบข้ามน้ำข้ามทะเลในญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว Source : https://goo.gl/E46azJ
ไฟท้ายแบบแอปเปิ้ล ที่กรอบจะเป็นทรงย้อยๆ ไม่กลม ถ้าเป็นโคมแดงล้วน รวมถึงไฟทับทิมแก้มหลังสีแดง จะเป็นสเป็กอเมริกา เพราะที่นั่นใช้ไฟเลี้ยวสีแดง ถ้าเป็นสเป็กญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จะเป็นส้มและแดงอย่างละดวง Source : https://goo.gl/4FQMxS
ไฟท้ายแบบกลมปกติ
หน้า Series II จะเป็นทรงแหลม นิยมกันสุดๆ อันนี้เป็นการแต่งแบบรถ Drag ออสเตรเลีย คลีนๆ แต่ยัดไส้เพียบ Source : https://goo.gl/hjt23F
จริงๆ แล้ว Series II ก็ยังมีเครื่อง 10A ขายต่อไปอีกช่วงหนึ่ง แต่ถ้าเป็น GT จะเป็นเครื่อง 12A
RX-3 SP สุดพิเศษสเป็กอเมริกา ที่ออกแนว “แยงกี้” นิยม Source : https://goo.gl/M9w9xq
ไฟท้ายหกเหลี่ยมผ่าซีกของ Series III
Series III กระจังหน้ากับแว่นไฟสีดำ สัญลักษณ์โรตารี่ที่หน้ากระจังหายไป (ทำไม)
ขออีกรูป สไตล์โดนใจ Source : https://goo.gl/ZDNDtq
ไฟท้ายสเป็กอเมริกา ไม่โดนเลยบอกตรงๆ
ขุมพลังโรตารี่ บล็อก 10A และ 12A จานจ่ายคู่ ถึงจะตรงรุ่น

Share This Post

2 Comments

  1. สุดยอดเลยครับ

    Reply
    • Profile photo of KITTI P.

      ขอบคุณครับ

      Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Lost Password

Register