Share This Post

Main Slider / New Model Express / Sedan

รีวิว All New Nissan Note

รีวิว All New Nissan Note
 

นิสสันเป็นค่ายแรกที่นำเสนอรถยนต์อีโคคาร์สู่ตลาดเมืองไทยนั่นคือ Nissan March ซึ่งทำยอดขายไปได้ทล่มทลายเรียกได้ว่าเป็นรถอีโคคาร์ที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุดก็คงได้ และยังคงเดินหน้าทำตลาดรถในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดช่วงกลางเดือนมกราคม 2017 ก็ได้นำเสนอรถยนต์ในกลุ่มนี้อีกรุ่นหนึ่งนั่นคือ All New Nissan Note

ตั้งแต่ตอนเปิดตัวทาง MotorShop ได้อัปเดทข้อมูลเกี่ยวกับอีโคคาร์รุ่นใหม่ของนิสสันรุ่นนี้ไปบ้างแล้ว ครั้งนี้จะเขียนถึง นิสสัน โน๊ต อีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังสนใจรถรุ่นนี้อยู่หลังจากที่ได้ไปสัมผัสตัวรถแบบใกล้ชิด ได้ดูใกล้ๆ ทั้งภายนอกภายใน ได้ลองเข้าไปนั่ง ได้สำรวจอุปกรณ์และออปชั่นต่างๆ แบบชัดๆ

All New Nissan Note เปิดตัวในไทย 2 รุ่นคือ รุ่น V และรุ่น VL ซึ่งเป็นรุ่นท็อป การเปิดตัวของ นิสสัน โน๊ต 2 รุ่นนี้มาพร้อมกับการตัด 3 รุ่นบนของ Nissan March ออกไปจากการทำตลาด แต่ยังเหลือ 2 รุ่นเริ่มต้นไว้ให้คนที่ยังชอบอีโคคาร์แบบ นิสสัน มาร์ช ที่มีขนาดกระทัดรัดและระดับราคาที่ไม่สูงมากเอาไว้ให้ซื้อหาอยู่

รุ่นและราคาของ Nissan Note

  • รุ่น V CVT ราคา 568,000 บาท
  • รุ่น VL CVT ราคา 640,000 บาท

ถ้าใครที่สนใจ นิสสัน โน๊ต คงตัดสินใจได้ไม่ยากนักเพราะมีให้เลือกเพียง 2 รุ่นเท่านั้น อีกทั้งระดับราคาและออปชั่นที่เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาก็ค่อนข้างชัดเจน ไปว่ากันในส่วนของภายนอกกันก่อน คันที่นำมารีวิวให้ดูกันนี้เป็นรุ่น VL แต่จะต่างไปจาก Standard ที่มาจากโรงงานตรงที่คันนี้ใส่ชุดแต่ง Aero Package เอาไว้แล้ว ถ้าใครสนใจชุดแต่งแบบนี้ซึ่งเป็นชุดแต่งจากโรงงานต้องจ่ายเพิ่ม 20,400 บาท สำหรับรุ่น VL และจ่ายเพิ่ม 24,500 บาท สำหรับรุ่น V

ภายนอกของ All New Nissan Note

หากมองภายนอก Note มีความน่าสนใจทั้งดีไซน์และขนาดตัวที่ไม่ได้เล็กหรืออีโคตามเซกเมนต์ที่ทำตลาดสักเท่าไร แต่ทั้งดีไซน์และขนาดตัวนั้นดูจะทัดเทียมกับรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment เลยทีเดียว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นิสสัน โน๊ต ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อไม่น้อย

โน๊ต มาพร้อมขนาดตัวถังที่มีความยาว 4,105 มม. ความกว้าง 1,695 มม. และความสูง 1,535 มม. สำหรับฐานล้อยาว 2,600 มม. เป็นจุดหนึ่งที่นิสสันภูมิใจนำเสนอเนื่องจากด้วยความยาวฐานล้อขนาดนี้จะทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางพอตัว ซึ่ง Nissan Almera ก็มีความยาวฐานล้อเท่ากันนี้

สิ่งที่ให้มาในส่วนของภายนอกไล่เรียงตั้งแต่ด้านหน้า โคมไฟหน้าในรุ่น VL นี้เป็นโคมแบบ LED โปรเจ็กเตอร์ ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และยังมี LED Signature Light ซึ่งเป็นเส้นอยู่ตรงขอบด้านบนของตัวโคมมาให้ด้วย กระจังหน้าโครเมียมทรง V-Motion พร้อมแถบโครเมียมตกแต่งที่ช่องกันชนด้านล่าง และไฟตัดหมอกที่กันชนหน้า

ในมุมมมองด้านข้างจะเห็นว่า Nissan Note มีความยาว ดูปราดเปรียวมีพิกัดที่ทัดเทียมกับ B-Segment ได้สบายๆ มีแนวหลังคาที่ลาดลงไปทางด้านหลัง นิสสันบอกว่าระดับและแนวหลังคาที่เห็นนี้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.3 ซึ่งค่าแรงเสียดทานนี้ในทางเทคนิคคือการลดการต้านลมซึ่งอาจบอกได้ยากว่ามีผลดีน้อยหรือมากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ การที่แนวหลังคาลาดต่ำลงทางด้านหลังนั้นมีผลต่อระดับ Head Room ของที่นั่งด้านหลังแน่นอน ซึ่งเดี๋ยวไปดูกันว่าจะเป็นยังไงบ้าง

ที่ด้านข้างนี้อุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาในรุ่น VL ก็จะมีกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวที่ปรับและพับด้วยไฟฟ้าสีเดียวกับตัวรถ และหากก้มมองด้านใต้ของกระจกมองข้างจะเห็นว่ามีกล้องติดตั้งมาให้ด้วย มือเปิดประตูโครเมียม ถัดมาด้านล่างในส่วนของล้อและยาง ล้อเป็นล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ยางติดรถเป็นยาง DUNLOP ENASAVE EC300 ขนาด 185/65 R15

ด้านท้ายมีรูปทรงส่วนเว้าส่วนโค้งที่ดูสวยลงตัว สิ่งที่โดดเด่นคงเป็นโคมไฟท้ายแบบ Signature Light ที่มีไฟเบรกแบบ LED ด้านบนติดตั้งสปอยเลอร์หลังคามาให้ ที่ปัดน้ำฝนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบหน่วงเวลา แต่ด้านหน้าจะสามารถตั้งเวลาได้ นอกจากนั้นที่กระจกหลังยังมีระบบไล่ฝ้าแบบตั้งเวลามาให้ด้วย

ภายในของ Nissan Note

All New Nissan Note มีความกว้างเท่ากับ Nissan Almera คือ 1,695 มม. กว้างกว่า มาร์ช 30 มม. ภายในมาในโทนสีดำ การออกแบบแดชบอร์ดยังมีกลิ่นอายของ Nissan March และ Nissan Almera ให้เห็นทั้งในส่วนของช่องแอร์และคอนโซลกลาง ช่องแอร์เป็นแบบทรงกลมตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน คอนโซลกลางตกแต่งด้วยวัสดุสีดำวาวหรือ Piano Black

มาตรวัดเป็น Analog แบบเรืองแสงทรงกลมพื้นหลังสีดำ ด้านซ้ายบอกความเร็วรอบเครื่องยนต์ ด้านขวาบอกความเร็วขับขี่ตรงกลางมีจอแสดงข้อมูลแบบดิจิตอลบอกอุณหภูมิ ระดับเชื้อเพลิง ระยะทาง ตำแหน่งเกียร์ ฯลฯ แสดงผลด้วยไฟสีส้ม ด้วยสีของตัวอักษรและขนาดถือว่าอ่านได้ง่ายและชัดเจนดี

พวงมาลัย 3 ก้าน ทรงท้ายตัดตามแบบนิยมตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน ขนาดของแกนพวงมาลัยค่อนใหญ่จับได้ถนัดมือ สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ แต่ไม่สามารถดึงเข้าหรือออกจากตัวได้ มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับและวางสายโทรศัพท์

ระบบสตาร์ทเป็นแบบ Push Start โดยปุ่มสตาร์ทจะอยู่ด้านซ้ายของพวงมาลัย สวิทช์ควบคุมอุปกรณ์ทั้งไฟหน้า ไฟเลี้ยว ที่ปัดน้ำฝนมี 2 ก้านซ้ายขวาตามแบบฉลับของรถญี่ปุ่นด้านซ้ายใช้ควบคุมที่ปัดน้ำฝนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  ด้านขวาเป็นสวิทช์เปิด-ปิดไฟหรี่ ไฟหน้าพร้อมปรับระดับสูงต่ำ และเปิดไฟเลี้ยว

ส่วนการปรับระดับไฟหน้าจะมีปุ่มควบคุมให้อยู่ใต้ช่องแอร์ด้านขวามือของคนขับ ซึ่งตรงนี้จะมีทั้งปุ่มเปิด-ปิดการทำงานของระบบ Idling Stop, ปุ่มปรับกระจกมองข้าง,ปุ่มเปิด-ปิดการทำงานของระบบเบรกฉุกเฉิน, ปรับระดับไฟหน้า และปุ่มเปิด-ปิดการทำงานของระบบเตือนการออกนอกเลน

ไปดูกระจกมองหลังที่อยู่เหนือคอนโซลหน้าสักหน่อย ในรุ่น VL กระจกมองหลังไม่ได้เป็นเพียงกระจกตัดแสงในเวลากลางคืนอัตโนมัติเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมจอแสดงภาพด้วยโดยจะเชื่อมต่อกับระบบ AVM – Intelligent Around View Monitor และทำหน้าที่แสดงภาพรอบตัวรถ

การแสดงผลจะมี 2 ช่อง ช่องหนึ่งแสดงภาพรอบรถ อีกช่องเลือกได้ว่าจะให้แสดงภาพด้านหน้าหรือด้านหลังเวลาถอยจอด ฟังก์ชันนี้ถ้าใครรู้สึกว่าการดูภาพบนกระจกมองหลังจอเล็กไปมองไม่ค่อยถนัด อยากให้ภาพแสดงบนหน้าจอสัมผัสสามารถทำได้โดยการซื้อ Around View Monitor Linked Kit เพิ่มเพื่อให้ภาพลิ้งก์ไปยังหน้าจอสัมผัส ราคา 500 บาท

เหนือกระจกมองหลังขึ้นไปมีไฟส่องสว่างสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้ามาให้ และมีอีกจุดหนึ่งตรงกลางของห้องโดยสาร

แดชบอร์ดทางด้านซ้ายด้านบนจะเห็นว่ามีถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหน้ามาให้ด้วย ถุงลม SRS คู่หน้ามีให้ทั้งรุ่น V และ VL ถัดลงมาเป็นช่องเก็บของ ช่องเก็บของด้านหน้าของ All New Nissan Note เป็นแบบ 2 ช่องแยกกันเปิดระหว่างช่องด้านบนและด้านล่าง สามารถเก็บของได้พอประมาณ ในช่องด้านบนจะมีพอร์ต USB และ HDMI อยู่ด้านในนี้ด้วย มีให้อย่างละ 1 พอร์ต

การที่ติดตั้งพอร์ต USB และ HDMI เอาไว้ตรงนี้ไม่แน่ใจนักว่าจะใช้งานได้สะดวกไหม เพราะหากจะเสียบ USB แล้วลากสายออกมาข้างนอกอาจจะลำบากสักหน่อย ไม่อย่างนั้นก็ต้องวางอุปกรณ์ไว้ภายในเก๊ะเลย และในการใช้งานจริงข้างในนี้คงเต็มไปด้วยของต่างๆ จิปาถะซึ่งคงจะต้องบังช่องเสียบทั้ง 2 ช่องนี้อย่างแน่นอน

ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ ควบคุมได้จากแผงควบคุมที่คอนโซลกลางโดยแผงควบคุมมาในรูปแบบของดีไซน์ทรงกลมสีดำประกอบด้วยปุ่มต่างๆ ทั้งปุ่มเปิด-ปิดสวทช์ A/C, เลือกโหมดการทำงาน, ปรับอุณหภูมิ ฯลฯ โดยมีหน้าจอแสดงข้อมูลแบบดิจิตอลอยู่ตรงกลาง แผงควบคุมระบบปรับอากาศเป็นดีไซน์เดียวกับที่ใช้ใน Nissan March และ Nissan Almera

อีกอุปกรณ์หนึ่งที่อยู่ตรงคอนโซลกลางก็คือระบบเครื่องเสียงของ Kenwood รองรับการใช้งาน วิทยุ CD MP3 และ DVD แบบ 1 แผ่น มีลำโพงให้ 4 ตำแหน่ง มาพร้อมหน้าจอแสดงผลซึ่งเป็นหน้าจอสี LED แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ถ้าใครต้องการให้กล้องมองภาพรอบคันหรือ AVM มาแสดงผลที่หน้าจอนี้ก็ซื้ออุปกรณ์เสริม Around View Monitor Linked Kit ราคา 500 บาทอย่างที่บอกไป

หน้าจอสัมผัสมีความคมชัดในระดับหนึ่งรองรับการเชื่อมต่อทั้ง AV-in, USB, HDMI/MHL และ Bluetooth การควบคุมทำได้ทั้งการสัมผัมปุ่มควบคุมบนหน้าจอและปุ่มกดใต้หน้าจอ ช่องใส่แผ่น CD DVD จะอยู่ด้านหลังของหน้าจอเมื่อกดปุ่ม Eject หน้าจอจะสไลด์ลงมาเพื่อให้ใส่แผ่น

คอนโซลเกียร์มาในดีไซน์เรียบๆ ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เหนือตำแหน่งคันเกียร์มีช่องวางแก้วให้ 2 ช่อง และต่อเนื่องจากคอนโซลเกียร์ในส่วนของคอนโซลกลางที่อยู่ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าจะเป็นเบรกมือและเป็นเพียงช่องวางของมาให้เท่านั้น ไม่มีที่ท้าวแขน แต่ตรงนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีอุปกรณ์เสริมไว้รองรับเรียกว่า Center Console Arm Rest ราคา 11,000 บาท

ตัว Center Console Arm Rest นี้ไม่ได้ติดตั้งครอบกับช่องเก็บของเดิมเสียทีเดียว แต่จะมีลักษณะลอยตัวเป็นทั้งที่ท้าวแขนและช่องเก็บของอีกชั้นหนึ่ง ด้านใต้จะโล่งๆ ยังสามารถวางของในช่องเก็บของเดิมได้อยู่ และยังมาพร้อมพอร์ต USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์ 2 ช่อง เป็นช่องชาร์จไฟ 1.0 แอมป์ 1 ช่อง และ 2.0 แอมป์ 1 ช่อง

ไปดูในส่วนของเบาะนั่งกันบ้าง เบาะนั่งของ All New Nissan Note เป็นเบาะผ้าสีดำตกแต่งขอบด้วยสีเบจ จริงๆ ดูเหมือนว่าน่าจะเรียกว่าสีครีมมากกว่า การตกแต่งด้วยผ้าสีเบจจะมีทั้งในส่วนของเบาะนั่งที่ขอบด้านข้างของพนักพิงและฐานเบาะ และที่แผงประตูด้วย

เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมพนักพิงศรีษะแบบแยกชิ้นปรับระดับได้ พนักพนิงมีปีกด้านข้างที่ช่วยยึดหลังให้นั่งได้อย่างกระชับ รวมถึงฐานเบาะนั่งก็จะมีปีกด้านข้างสูงขึ้นมาเช่นกัน การนั่งถือว่ากระชับดี ถือว่านั่งได้สบายในระดับหนึ่ง แต่คนตัวใหญ่อย่างผมอาจจะรู้สึกว่าระยะของฐานเบาะอาจจะตื้นไปสักหน่อย

การปรับเบาะจะเป็นคันโยกอยู่ด้านข้าง 2 ตัวสำหรับเบาะนั่งคนขับ คันโยกบนสำหรับปรับพนักพิง และคันโยกด้านล่างสำหรับปรับระดับสูง-ต่ำ

แผงประตูหน้าจะมีที่ท้าวแขนที่มีขนาดใหญ่กว่าประตูหลัง สามารถวางและท้าวได้เต็มแขน ที่แผงประตูข้างจะมีมือเปิดประตูที่เป็นโครเมียม และผ้าสีเบจที่ตกแต่งแผงประตูเท่านั้น ตรงส่วนของสวิทช์ควบคุมประตูและหน้าต่างไฟฟ้าเป็นสีดำเรียบๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไร ชายด้านล่างมีช่องให้ใส่ของและวางขวดน้ำได้ 1 ขวด 1 ช่อง

เบาะหลังแยกพับ 60 : 40

การเข้า-ออกที่นั่งด้านหลังของ All New Nissan Note ค่อนข้างที่จะสะดวกเพราะถูกออกแบบให้ประตูเปิดได้กว้าง ตามข้อมูลระบุว่าเปิดได้กว้างถึง 85 องศา ที่นั่งด้านหลังมีพนักพิงแบบแยกชิ้นให้ 3 ตำแหน่งปรับระดับได้ รองรับได้ 3 ที่นั่ง แต่นั่ง 2 คนคงสบายกว่า ถ้าพูดถึงขนาดหรือพื้นที่ของที่นั่งหลัก 2 ตำแหน่งพนักพิงและฐานเบาะถือว่ากว้างพอประมาณ ส่วนระยะของ Head Room ที่เขียนถึงค้างไว้ตอนแรกที่เขียนถึงดีไซน์ภายนอกซึ่งแนวหลังคาของ นิสสัน โน๊ต จะลาดเอียงไปทางด้านหลังนั้น เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสารระดับหลังคาก็ไม่ได้ต่ำจนรู้สึกอึดอัดอะไร ผมสูง 175 ซม. ก็ยังมีพื้นพื้นที่ว่างเหนือศรีษะพอสมควร

ส่วนของระยะ Leg Room นั่งหลังชิดพนักพิงและวางเท้าในท่านั่งปกติลองปรับเบาะนั่งด้านหน้า 2 ระยะคือ ปรับเบาะนั่งคนขับในระยะของการขับปกติโดยอ้างอิงจากตัวผมเองที่สูง 175 ซม. เลื่อนเบาะนั่งคนขับให้อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมขับ เมื่อลองนั่งที่เบาะหลังตำแหน่งด้านหลังของเบาะนั่งคนขับตามท่านั่งที่บอกไป ระยะห่างจากด้านหลังของพนักพิงเบาะคนขับกับเข่ามีอยู่ที่ประมาณ 12 ซม. และเมื่อลองเลื่อนเบาะนั่งคนขับถอยหลังจนสุด ก็ยังมีช่องว่างอยู่เข่าไม่ได้ชนหรือเบียดกับพนักพิงของเบาะคนขับแต่อย่างใด

ด้วยรูปทรงและขนาดของเบาะนั่งด้านหลังรวมถึงพื้นที่โดยรอบถือว่านั่งได้สบายๆ และหากพนักพิงสามารถปรับระดับได้ด้วยจะเยี่ยมมาก แต่พนักพิงจะเป็นแบบฟิกไม่สามารถปรับได้ องศาการนั่งจากที่ลองนั่งซึ่งเป็นการนั่งแค่ช่วงเวลาสั้นๆ คงบอกไม่ได้ว่าถ้านั่งนานๆ แล้วจะสบายแค่ไหน นอกจากพื้นที่กว้างพอประมาณแล้วอีกสิ่งที่ช่วยให้ที่นั่งด้านหลังไม่อึดอัดก็คือช่องแสงจากกระจกด้านข้างบานที่สาม แต่ที่ท้าวแขนของประตูหลังค่อนข้างจะเล็กไปสักหน่อยท้าวได้ประมาณครึ่งแขนเท่านั้น

ไปต่อกันที่ห้องสัมภาระด้านหลัง พื้นที่วางสัมภาระมีพื้นที่กว้างพอสมควร และหากเป็นรุ่น VL พนักพิงของเบาะหลังสามารถแยกพับได้แบบ 60 : 40 ก็จะทำให้มีพื้นที่วางของเพิ่มขึ้นอีกรวมถึงวางของได้หลากหลายลักษณะมากขึ้นทั้งของชิ้นใหญ่และของที่มีรูปทรงยาว ในการหยิบยกสิ่งของเข้า-ออก นอกจากประตูหลังที่เปิดได้กว้างถึง 85 องศาแล้ว ประตูท้ายก็ก็สามารถเปิดได้สูง น่าจะสูงสักราวๆ 180 ซม. เห็นจะได้ เพราะเมื่อเปิดสุดแล้วลองไปยืนข้างใต้ก็สามารถยืนได้โดยที่ไม่ต้องก้มหัว

เมื่อพับพนักเบาะหลังลงทั้ง 2 ส่วน จากการทดลองวางของของ Nissan GT-Autocar ซึ่งสนับสนุนรถในการรีวิวครั้งนี้ พบว่าสามารถวางจักรยานเสือหมอบได้ทั้งคันโดยที่ไม่ต้องถอดล้อ

การพับพนักพิงลง ด้านหลังของพนักพิงจะไม่ได้ราบและเสมอกับพื้นของห้องวางสัมภาระด้านหลัง แต่ถ้าใครอยากให้พื้นที่วางสัมภาระเมื่อพับพนักพิงลงราบเสมอกันก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมอีกชิ้นหนึ่งได้นั่นคือ Karakuri Luggage Board ถ้าสังเกตุจะเห็นว่าที่ซุ้มล้อหลังในห้องวางสัมภาระจะถูกออกแบบให้เป็นร่องไว้ ก็เพื่อเอาไว้ยึดถาด Karakuri Luggage Board นั่นเอง

เมื่อติดตั้ง Karakuri Luggage Board พื้นที่วางสัมภาระด้านหลังก็กลายเป็น 2 ชั้น เมื่อพับพนักพิงของเบาะหลังลงพื้นก็จะราบเสมอกันโดยตลอด ราคาของ Karakuri Luggage Board อยู่ที่ 7,500 บาท

สำหรับยางอะไหล่จะอยู่ใต้แผ่นพื้นห้องสัมภาระ มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน แม่แรง ก้านต่อ และบล็อกขันน็อตล้อ

ขุมพลัง HR12DE

เครื่องยนต์ของ All New Nissan Note เป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกับ March และ Almera นั่นคือ HR12DE ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ แถวเรียง DOHC 12 วาล์ว CVTC ที่มีกำลังงาน 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบนาที มาพร้อมระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT มาพร้อมโหมด D-StepLogic

การรีวิวครั้งนี้เป็นเพียงการสำรวจภายนอกภายในในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ เท่านั้น จึงขอไม่ลงรายละเอียดมากนักในส่วนนี้ หากมีโอกาสได้ทดลองขับจะมารีวิวกันอีกครั้งในเรื่องของสมรรถนะ

จุดเด่นซึ่งเป็นไฮท์ไลท์ของ Nissan Note

สิ่งที่ไม่เขียนถึงคงไม่ได้ก็คือ จุดเด่นหรือไฮท์ไลท์ของ นิสสัน โน๊ต ซึ่งนิสสันภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือเรื่องของความเป็น Intelligemt Mobility หรือการที่มาพร้อมระบบที่ทันสมัยต่างๆ ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถในระดับนี้ กบัระบบต่างๆ เหล่านี้ที่มีให้เฉพาะรุ่น VL เท่านั้น

  • ระบบ Intelligent Around View Monitor (AVM) กล้องมองภาพรอบทิศทาง AVM มองเห็นได้ทุกจุดรอบคัน ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน MOD (Moving Object Detection) 
  • ระบบ Intelligent Forward Collision Warning (FCW) ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า โดยมีเซ็นเชอร์จากกล้องด้านหน้าทำหน้าที่ตรวจจับบุคคลและรถยนต์บริเวณหน้ารถแล้วส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด
  • ระบบ Intelligent Emergency Braking ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินทำงานร่วมกับระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า โดยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วด้วยกล้องด้านหน้าแล้วช่วยชะลอความเร็วและหยุดรถบรรเทาอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดจากการชนกับรถยนต์และคนใช้ถนน
  • ระบบ Lane Departure Warning ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง ระบบจะเตือนผู้ขับขี่ด้วยเสียงและสัญญาณไฟที่บริเวณหน้าปัดเมื่อรถออกนอกช่องทางโดยไม่ได้ตั้งใจ ระบบจะทำงานที่ความเร็วมากกว่า 70 กม./ชม.

นอกจากระบบ Intelligent ทั้งหลายที่บอกไป สิ่งที่รุ่น VL จะมีให้ต่างจากรุ่น V ทั้งในส่วนของภายนอกและภายในมีดังนี้

ภายนอก สิ่งที่รุ่น V ไม่มีเหมือน VL

  • ช่องกันชนด้านล่าง : รุ่น V สีเดียวกับตัวรถ / รุ่น VL ตกแต่งแบบโครเมียม
  • โคมไฟหน้า : รุ่น V เป็นแบบโปรเจ็คเตอร์ / รุ่น VL เป็นแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า : รุ่น V ไม่มี / รุ่น VL เป็นแบบ LED
  • สปอยเลอร์หลัง : รุ่น V ไม่มี / รุ่น VL มี

ภายใน สิ่งที่รุ่น V ไม่มีเหมือน VL

  • กระจกมองหลัง : รุ่น V แบบธรรมดา / รุ่น VL แบบตัดแสงเวลากลางคืนพร้อมจอมองภาพ
  • ระบบเครื่องเสียง : รุ่น V เป็น CD MP3 หน้าจอสี 5 นิ้ว / รุ่น VL เป็น DVD หน้าจอสี LED แบบสัมผัส 7 นิ้ว
  • สวิทช์ควบคุมที่พวงมาลัย : รุ่น V ไม่มี / รุ่น VL มี
  • เบาะนั่งด้านหลัง : รุ่น V พับแยกไม่ได้ / รุ่น VL พับแยก 60:40

ในส่วนของระบบความปลอดภัยถ้าไม่นับรวมระบบ Intelligent รุ่น V ก็จะได้เหมือนกับรุ่น VL ทั้งหมดตามนี้

  • ถุงลม SRS คู่หน้า
  • ระบบเบรก ABS พร้อมระบบ EBD และ BA
  • ระบบ Vehicle Dynamic Control (VDC) ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • ระบบ Hill Start Assist (HSA) ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน
  • กุญแจรีโมท Intelligent Key พร้อมระบบ Immobilizer
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด ปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX
  • ระบบป้องกันเด็กเปิดประตูจากภายในรถ
  • ไฟเบรกดวงที่สาม

มาถึงตอนนี้ผมมองว่าถ้าจะเลือก All New Nissan Note รุ่น VL ดูจะคุ้มค่ามากกว่ารุ่น V เพราะสิ่งต่างๆ ที่จะได้ไม่ว่าจะเป็นระบบ Intelligent ทั้ง 4 ระบบ และไหนจะเบาะนั่งด้านหลังที่พับได้ กับหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว กับส่วนต่าง 72,000 บาท ถือว่าคุ้มที่จะจ่ายซึ่งคงทำให้การใช้รถสะดวกสบายและมีความอเนกประสงค์มากขึ้นกว่ากันมาก

ขอบคุณ : Nissan GT-Autocar โทร. 086-1112-444 ที่เอื้อเฟื้อและอำนวยความสะดวกในการรีวิวครั้งนี้

***ลูกค้าที่ซื้อ นิสสัน โน๊ต กับ Nissan GT-Autocar บางนา-ตราด ทางโชว์รูมแจ้งว่า รับฟรี! ระบบ Speed Auto Lock (ล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อออกรถ) มูลค่า 3,500 บาท 

Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register