Share This Post

Knowledge / Main Slider / Retro Car

เปิดตำนานกระบะ TOYOTA HILUX RN10

เปิดตำนานกระบะ TOYOTA HILUX RN10
 

ตำนานรถกระบะกับคนไทย มันไม่มีทางที่จะแยกขาดจากกันได้ ด้วยความที่เมืองไทยเป็นเมืองแห่งเกษตรกรรมและการพาณิชย์ แต่ดั้งเดิม “รถกระบะ” เกิดมาเพื่อขนของ เน้นใช้งานสมบุกสมบันแบบคุ้มค่า จึงตอบโจทย์คนไทยส่วนใหญ่มาช้านาน ดังนั้นรถกระบะจึงอยู่คู่คนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ความนิยมรถกระบะของคนไทยมีสูงมากๆ เรียกว่าเป็นตลาดใหญ่ในเอเชียจนถึงระดับโลกเลยก็ว่าได้ ยิ่งตอนนี้รถกระบะพัฒนาไปมาก ทั้งความแรง ความประหยัด เทคโนโลยีทันสมัย ขับสบายและนุ่มนวลต่างจากกระบะรุ่นบุกเบิกแบบคนละโลก แต่ว่าเรื่องของความมีเสน่ห์ในรูปแบบของ Retro นั้น กระบะรุ่นเก่าจะออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละรุ่น และด้วยความ “ดิบ” และ “อึด” ของมันเนี่ยแหละ รถที่เป็นระบบแม็คคานิค (กลไก) แทบจะทั้งคัน อาจจะไม่ได้เร็วแรง แต่มันก็ทนทานหลายสิบปี เรียกว่ารุ่นใหม่ๆ คงอายุไม่ยืนเท่า นี่แหละ คือเสน่ห์ของมันที่ทำให้หลายคนนำกระบะรุ่นเก่าๆ เช่น Toyota Hilux RN กลับมาปั้นให้มันสวยงามและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอะไหล่มันก็ร่อยหรอลงทุกที รวมไปถึงการหารถสภาพดีๆ ได้ยาก เพราะส่วนใหญ่แล้วรถกระบะจะถูกใช้งานจริงๆ แบบสมบุกสมบัน รถคันไหนที่สภาพแห้งๆ เดิมๆ สวยๆ จึงมีราคาและเป็นที่ต้องการอย่างมาก

ต้นตระกูล HILUX คือ RN10 

ตอนนี้เรามาดูกันว่า ต้นตระกูลกระบะยอดฮิตที่เรารู้จักกันในนาม HILUX เนี่ย ไม่ว่าจะเป็น HILUX TIGER, HILUX VIGO หรือ HILUX REVO รุ่นลูกรุ่นหลานที่เป็นรุ่นใหม่ๆ แล้วมันมีที่มาอย่างไร

เรื่องราวของ HILUX RN10 เกิดขึ้นในปี 1968 หรือเกือบ 50 ปี ที่แล้ว เป็นรถญี่ปุ่นที่ออกแบบกระเดียดไปทางฝรั่งๆ หน่อย จะดูคลาสสิคเหมือนกับกระบะอเมริกัน สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือ “ช่องลมหน้าฝากระโปรง” และ “ไฟเลี้ยวข้างช่องลมฝากระโปรง” รวมถึง “โครเมียมรอบคัน” ซึ่งเป็นสไตล์อเมริกันที่ RN10-13 มี และไม่มีในรุ่นอื่นเลย เพราะอย่าง RN20 ญี่ปุ่นก็เอาไปออกแบบเองแล้ว จะออกแนวเรียบๆ สู้ RN10 ไม่ได้เลย รุ่นแรกออกมาจะเป็นแบบ 4 ขอ ช่วงสั้น เครื่องยนต์ติดรถเป็นบล็อก 2R ความจุ 1.5 ลิตร มีเรี่ยวแรงแบบพอใช้ที่ 70 แรงม้า ซึ่งรุ่นนี้จะออกแบบและประกอบจากโรงงาน HINO MOTORS ซึ่งเน้นผลิตให้ดูหรูหรากว่าตัว TOYOTA STOUT ที่ดูถึกๆ ซะมากกว่า ระบบช่วงล่างก็เปลี่ยนใหม่ ด้านหน้าเป็นอิสระ A Arm ซึ่งการขับขี่ดีกว่า STOUT ที่เป็นคานแข็งทั้งหน้าและหลัง ได้เรื่องความโคตรมหาทนทายาทแต่ก็ไม่นิ่มนวล วิ่งเร็วเข้าโค้งไม่ดีเท่าที่ควร ก็อย่างว่ารถผลิตมาใช้งานหนักจริงๆ ดังนั้น HILUX ที่มาจากคำว่า Hi-Luxury อยากจะหรูหราใกล้เคียงกับรถเก๋งเขาบ้าง ก็เลยเปลี่ยนช่วงล่างหน้าใหม่ จะทำให้เหมือนกับรถเก๋งในค่ายในยุคนั้น สำหรับตัว RN10 นี้ มีเอกลักษณ์ส่วนบุคคลดังนี้

  • กระจังหน้าเป็นแบบซี่นอน 4 ซี่ และเป็นแบบ “ชิ้นเดียว” ทั้งอัน
  • โลโก้หน้ากระจัง จะเป็นตัว T ตัวโลโก้เป็นสี่เหลี่ยม
  • ตะแกรงช่องลมหน้าฝากระโปรง จะเป็นโครเมียมทั้งชิ้น
  • กล่องฟิวส์จะอยู่มุมขวาของห้องเครื่อง ชุดสายไฟตัวรถจะเป็นเฉพาะรุ่น RN10
  • ชายล่างด้านหลัง ตรงป้ายทะเบียนจะไม่เว้า
  • โลโก้ข้างแก้มหน้า จะเป็นตัว HILUX แบบ “ฉลุ” ดูสวยงาม
  • ปี 1969 RN10 ก็เพิ่มตัว “กระบะยาว” หรือ 5 ขอ ขึ้นมา โดยใช้รหัส RN15 สำหรับการบรรทุกในปริมาณมากขึ้น แต่รุ่น “กระบะสั้น” หรือ 4 ขอ ก็ยังมีขายจนจบสายการผลิต

1500 DELUXE หรูหราเพิ่มขึ้น

สำหรับตัว RN10 1500 ก็จะมีตัว DELUXE อีกด้วย คือ “ตกแต่งพิเศษ” กว่ารุ่นธรรมดา ภาพรวมเหมือนกัน แต่จะมีของประดับประดาให้หรูหราขึ้น เช่น…

  • กระจกรอบคันเป็นสีเขียวอ่อน
  • มีโลโก DELUXE บนหน้าปัดด้านซ้ายมือ
  • เบาะนั่งมีหมอนพิงศรีษะ
  • มือจับเปิดประตูด้านใน จะเป็น “หมอนนวม” ถ้าตัวธรรมดาจะเป็นห่วงเชือกพลาสติกดึง
  • ฝาครอบล้อจะเป็นแบบ “เต็มวง” หน้าตาเหมือนของ CROWN แต่ติ่งยึดจุดหนึ่งไม่เหมือน ถ้าเอามาตัดติ่งที่ว่านี้ออก ก็สามารถใส่กันได้เลย
  • จะมีจุดยึดแตรหอยโข่งที่ด้านซ้าย

ตัว DELUXE จะหายากเพราะรถมีน้อยกว่า เนื่องจากในสมัยก่อนคนที่ซื้อรถกระบะ ก็จะเน้นใช้งานในราคาถูกสุด เอาคุ้มสุดประเทศล่ะว่างั้น ก็มักจะซื้อตัวถูกเพราะมันก็ขับใช้งานได้เหมือนกัน

ไมเนอร์เชนจ์ 

หลังจากออกมาได้พักหนึ่ง RN10 มีการ “ไมเนอร์เชนจ์” โดยเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่เหมือนกับตัว RN13 ซึ่งเราจะกล่าวถึงในรายการต่อไป แต่ชุดสายไฟและองค์ประกอบยังคงเป็น RN10 อยู่เหมือนเดิม

ยังไม่จบนะครับกับตำนานกระบะ RN นอกจาก TOYOTA HILUX RN10 ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของไฮลักซ์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเรโทรคาร์สายกระบะแล้ว ยังมีอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือ RN13 เรามีข้อมูลของรุ่นนี้มาให้ติดตามกันด้วย ใครรักใครชอบกระบะ RN ไปตามกันต่อได้เลย “TOYOTA HILUX RN13

ขอขอบคุณข้อมูลจากพี่ปิยะ แห่ง “ปิยะการช่าง” ใครสนใจขอคำแนะนำหรือติดต่อเอา RN ไปซ่อมที่นี่ติดต่อได้ที่เบอร์ 085-919-9971

***บทความนี้จัดทำขึ้นและเป็นลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ www.motorshop.online แต่เพียงผู้เดียว สงวนสิทธิ์มิให้ผู้ใดนำไปใช้หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ติดตามข้อมูลและข่าวสารอื่นๆ กับทางเว็บไซต์ได้ที่ : Facebook Page

ติดตามวีดีโอของทางเว็บไซต์ได้ที่ : YouTube Channel

TOYOTA HILUX RN10 เดิมๆ แท้ๆ เป็นแบบนี้ครับ กระจังหน้าจะดูโบราณๆ จะมีของแต่ง คือ “โครเมี่ยมแว่นไฟหน้า” ส่วนช่องลมหน้าฝากระโปรงนั้น จะพาลมเข้าไปเป่าในห้องโดยสาร ออกแบบมาได้อย่างฉลาดยิ่ง
ถ้าเป็น RN10 สเป็กอเมริกา จะย้ายไฟเลี้ยวไปอยู่บนแก้ม แบบ “ตาปู” ที่ช่องลมหน้าฝากระโปรงจะเป็นตะแกรงทั้งหมด มีไฟแก้มหน้าและแก้มกระบะท้ายตามกฏหมายของอเมริกา
ตัว RN15 5 ขอ ช่วงยาว ในบ้านเรามีน้อย หายาก
RN10 คันนี้มี “แว่นไฟ” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Option พิเศษ โลโก HILUX จะเป็นแบบนี้ ส่วนกระจกแก้มก็เดิม ฝาครอบล้อเป็นแบบตบดุมกลาง
ด้านท้าย RN10 จะไม่เว้าหลบป้ายทะเบียน ส่วนพวงมาลัยเป็นแบบ “กระเช้า” หรือ Horn Ring Source : https://goo.gl/R9RU4h
อันนี้เป็นภาพจากโบรชัวร์ของ TOYOTA ดูจากนี้เลยครับ ชัดเจนในด้านรายละเอียด Source : https://goo.gl/jbfNct
แชสซีส์รุ่นนี้มันทนดีเหลือเกิน “แทบไม่ค่อยเจอผุเลย” เว้นแต่รถวิ่งในเขตน้ำเค็ม แสดงถึงความทนทานของเหล็ก Source : https://goo.gl/ei5SYK
Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register