Share This Post

Main Slider / New Model Express / Sedan

เปรียบเทียบ Toyota Yaris ATIV รุ่น G สีดำกับสีเบจ

เปรียบเทียบ Toyota Yaris ATIV รุ่น G สีดำกับสีเบจ
 

Toyota Yaris ATIV เป็นอีโคคาร์ที่มาแรงมากในตอนนี้ เพราะมีจุดเด่นหลายอย่างทั้งรูปแบบใหม่ จากเดิมที่เป็นแฮทช์แบ็กตอนนี้เป็นซีดานที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ขายในราคาเดิมสำหรับ 4 รุ่นเริ่มต้น J ECO, J, E และ G แต่ได้ออปชั่นอะไรเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและโดยเฉพาะระบบความปลอดภัยที่เรียกได้ว่าจัดเต็ม

ใครที่สนใจหรือจะดูรายละเอียดของรุ่น S AT ไปด้วย คลิกไปดูได้ที่รีวิวก่อนหน้านี้ “Toyota Yaris ATIV รุ่น S AT” แต่ถ้ารุ่น G ติดตามไปพร้อมๆ กันในรีวิวนี้ได้เลย ความพิเศษหรือความแตกต่างของรุ่น G ที่อาจทำให้หลายคนเกิดความลังเลได้นั้นก็คือ เรื่องของสีภายในที่รุ่น G และรุ่น E ด้วย นอกจากมีสีดำเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ทั้ง 2 รุ่นนี้จะมีสีเบจให้เลือกด้วย ดังนั้นคนที่ชอบสีดำ คงพิจารณาและตัดสินใจได้ไม่ยาก คงพิจารณาแค่ราคากับออปชั่นได้เลย แต่ถ้าชอบสีเบจคงเป็นเงื่อนไขที่เพิ่มความลำบากในการตัดสินใจขึ้นมาอีกหน่อย

ก่อนไปไล่เรียงเรื่องของอุปกรณ์มาตรฐานหรือสิ่งที่จะได้ในรุ่น G ขอเปรียบเทียบเรื่องของสีภายในให้ดูก่อนเลย ไปดูกันว่าภายในของ Toyota Yaris ATIV สีไหนสวย สีดำหรือว่าสีเบจ

Yaris ATIV ภายในสีดำ

ทุกรุ่นจะมาพร้อมภายในสีดำเป็นสีมาตรฐาน แต่จะต่างกันไปในเรื่องของการตกแต่งและวัสดุหุ้มเบาะ เป็นเบาะผ้าเหมือนกันทั้งหมด แต่ลายจะแตกต่างกันไป ภายในของรุ่น G คันนี้จะต่างจากรุ่นปกตินิดหน่อย เพราะมีการติดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเข้า

รุ่น G สีแดง คันนี้ใส่ชุดแต่งเพิ่ม

Yaris ATIV ภายในสีเบจ

สีเบจจะมีอยู่ในรุ่น E และรุ่น G เพียงแค่ 2 รุ่นเท่านั้น คันที่เอามาให้ดูคันนี้เป็นรุ่น G ที่ตัวรถสีดำ ภายในสีเบจ ถือว่าเป็นคู่สีที่น่าจะถูกใจคนชอบรถที่ออกหรูๆ ดูภูมิฐานหน่อย

สิ่งที่รุ่น G จะไม่ได้เหมือนในรุ่น S

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับโทนสีภายในของ โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ทั้ง 2 สี สีดำก็น่าจะถูกใจคนชอบสไตล์เท่ๆ สปอร์ตๆ ส่วนสีเบจก็น่าจะถูกใจคนชอบโทนสีที่ดูสบายตา ดูภูมิฐานหน่อยอะไรทำนองนั้น ทีนี้มาดูกันในเรื่องของอุปกรณ์มาตรฐานกันบ้าง

รุ่น G ราคาอยู่ที่ 599,000 บาท ต่างจากรุ่น S อยู่ 20,000 บาท ถ้าดูจากรายการอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับ ถ้าไม่ได้ชอบสีเบจเป็นทุนเดิม ไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องเป็นสีเบจ มันก็น่าคิดนะว่าเพิ่มอีก 2 หมืนก็ถือว่าไม่ได้ต่างกันมากนัก จัดรุ่นท็อปไปเลยก็ไม่ต้องเสียเวลามานั่งชั่งใจในเรื่องของออปชั่น ATIV มีอะไรให้ก็ได้ครบทั้งหมด

ยกเว้นเสียแต่ว่าอยากได้สีเบจจริงๆ หรือว่าไม่ได้สนใจอุปกรณ์มาตรฐานจำพวกสิ่งอำนวยความสะดวกที่รุ่น S ได้ เพราะระบบสำคัญๆ อย่างความปลอดภัยรุ่น G ก็ได้ไม่ต่างกันเลย ระบบความปลอดภัยมีเพียงรายการเดียวเท่านั้นที่รุ่น G จะไม่ได้เหมือนกับรุ่น S คือ กล้องมองหลัง นอกนั้นก็เหมือนกันทั้งหมด

สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ มีอะไรบ้างที่รุ่น G จะไม่ได้เหมือนกับรุ่น S ในส่วนของภายนอกก่อนเลย ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์มี LED Light Guiding มีไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อม Follow-me-home แต่โคมไม่ได้รมดำและไม่ได้ตกแต่งด้วยวงแหวนสีแดงแค่นั้น และการตกแต่งปลีกย่อยจุดต่างๆ เช่น กระจังหน้า มือเปิดประตู หรือกระจกมองข้าง

ภายในห้องโดยสารจุดหลักๆ ที่ต่างกันกรณีที่เป็นภายในสีดำก็คือ เบาะนั่งที่รุ่น S จะเป็นผ้าแบบสปอร์ตและทรงของเบาะแบบสปอร์ต อื่นๆ ก็เป็นเรื่องของระบบต่างๆ ระบบ Push Start และ Smart Entry ได้เหมือนกัน แต่รุ่น G จะไม่มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) และเครื่องเสียงจะเป็นเพียงเครื่องเล่น CD/MP3/WMA ไม่มีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีช่องเสียบ USB ให้ แต่ไม่มีช่องเสียบ HDMI และ Micro SD Card รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ลำโพงมีให้ 4 ตำแหน่ง รุ่น S มี 6 ตำแหน่ง

จอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) แบบจอสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว ในรุ่น S

สรุปรายการอุปกรณ์มาตรฐานที่ต่างกันระหว่างรุ่น G กับรุ่น S ไม่นับรวมเรื่องของการตกแต่ง ก็จะมีดังนี้

ภายนอก : ได้เหมือนกันเลยนะ ล้อและยางก็เหมือนกัน ขนาดเดียวกัน

ภายใน : สิ่งที่รุ่น G จะได้น้อยกว่าจะเป็นในส่วนของมาตรวัดและเครื่องเสียง

  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MID) แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว
  • เครื่องเล่น DVD และหน้าจอมสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
  • ช่องเสียบ HDMI และ Micro SD Card
  • ระบบโทรออกด้วยเสียง

ระบบความปลอดภัย : ไม่มีเพียงรายการเดียวคือ กล้องมองหลัง

ดูๆ แล้วออปชั่นของรุ่น G ก็ไม่น้อยนะ ถ้าชอบสีเบจแล้วเลือกรุ่น G ก็ไม่มีอะไรที่ต้องน่าเสียดายเท่าไรว่าไม่ได้เท่ากับรุ่น S แต่ถ้าไม่ได้เจาะจงสีเบจ สีดำก็ได้ ก็ลองพิจารณาดูว่า 20,000 บาทที่ต้องจ่ายเพิ่มส่วนตัวแล้วคุ้มไหมกับหน้าจอสัมผัสกับกล้องมองหลัง การตกแต่งที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่จะได้เพิ่มขึ้นมา

รุ่น E ก็มีสีเบจนะ

ถ้าจะเลือกสีเบจอย่าลืมว่ารุ่น E ก็มีสีเบจให้เลือกนะ ถ้าไม่เน้นออปชั่นรุ่น E ซึ่งเป็นรุ่นกลางพอดีก็ถือว่าน่าสนใจ เป็นตัวเลือกที่ประหยัดไปได้อีก 50,000 บาท อุปกรณ์มาตรฐานก็ได้น้อยกว่ารุ่น G ลงมาอีกหน่อย ไม่กี่รายการเท่านั้น

สิ่งที่รุ่น E จะไม่ได้เหมือนกับรุ่น G หลักๆ ก็คือ ไม่ได้ LED Light Guiding, ไฟส่องสว่างกลางวัน และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และไฟหน้าเป็นมัลติรีเฟล็กเตอร์ไม่ใช่โปรเจ็กเตอร์ แต่อย่างน้อยรุ่น E ก็ได้ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วแล้วนะ

ภายในเป็นเบาะผ้าก็เหมือนกับรุ่น G แต่พวงมาลัยไม่ได้หุ้มหนังจะเป็นแบบยูรีเทน ไม่มี Push Start แต่มีกุญแจรีโมทซึ่งมีให้ทุกรุ่น ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อต่างๆ เหมือนกับรุ่น G ทุกอย่าง

ระบบความปลอดภัยที่จะไม่ได้เมื่อเทียบกับรุ่น G ก็จะมีเพียงไฟตัดหมอกแค่นั้นเอง ระบบสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น VSC, TRC, HAC รวมถึงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งได้เหมือนกัน ถ้าไม่เน้นออปชั่นก็อย่าลืมนึกถึงรุ่น E นะ ประหยัดได้ไม่น้อยเลย เอาส่วนต่างไปใส่จอกับติดกล้องมองหลังเพิ่มได้สบายๆ จะเปลี่ยนเบาะหนังด้วยก็ยังได้

เช็กราคาและตารางผ่อน โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ได้ที่นี่

Toyota Yaris ATIV ราคาและตารางผ่อน

ติดตามข่าวสารกับ MotorShop ได้ที่

Facebook.com/MotorShop

Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register