Share This Post

Main Slider / New Model Express / Sedan

Toyota Yaris ATIV รุ่น S AT น่าสนใจแค่ไหนในราคา 6.19 แสน

Toyota Yaris ATIV รุ่น S AT น่าสนใจแค่ไหนในราคา 6.19 แสน
 

Toyota Yaris ATIV หรือ ยาริส ซีดาน ภาคต่อของ โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบ็กหลังจากทำตลาดมาจนถึงวาระที่จะต้องนำเสนอรุ่นใหม่ เปิดตัวเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2017 หลังจากนั้นเพียง 4 วันก็ถึงงาน Big Motor Sale 2017 อีโคคาร์รุ่นใหม่ของโตโยต้าคันนี้เป็นดาวเด่นของงานไปตามคาด ผู้เข้าชมงานต่างรายล้อมและเข้ารุมบูธโตโยต้าอย่างคับคั่ง Yaris ATIV มีอะไรดี มีอะไรน่าสนใจ วันนี้ MotorShop จะพาไปส่องรุ่น S AT

โตโยต้า ยาริส เอทีฟ มีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยมีรุ่นและราคาตามนี้เลย

  • รุ่น J ECO AT ราคา 469,000 บาท
  • รุ่น J AT ราคา 519,000 บาท
  • รุ่น E AT ราคา 549,000 บาท
  • รุ่น G AT ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น S AT ราคา 619,000 บาท

รุ่น S AT ที่จะพาไปส่องกันในครั้งนี้ก็คือรุ่นท็อปของเอทีฟนั่นเอง จากรุ่นย่อยที่แสดงให้ดูจะเห็นว่ารุ่นเริ่มต้น J ECO จนถึงรุ่น G เป็นลำดับรุ่นเหมือนกับ Toyota Yaris Hatchback รวมถึงระดับราคาก็เป็นไปตามราคาเดิมด้วย แต่จะมีรุ่น S AT ที่เพิ่มขึ้นมาและอยู่ในตำแหน่งของรุ่นท็อป ในราคา 619,000 แสน

จากวันที่เปิดตัวคงได้เห็นผ่านตากันไปบ้างแล้วว่า ATIV มีความน่าสนใจอย่างไร ถึงแม้ว่าบางคนอาจยังไม่ได้ดูในรายละเอียดเรื่องของอุปกรณ์มาตรฐานแต่ก็คงให้ความสนใจบ้างไม่น้อยก็มากกับหน้าตาดีไซน์หรือรูปแบบของรถที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เป็นรุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่และรูปแบบใหม่เลย ในความชอบกับการได้เห็นรูปร่างหน้าตาก็อาจจะน่าพึงพอใจแล้ว แต่ถ้าจะซื้อก็ต้องดูรายละเอียดให้มากกว่านั้น

ดีไซน์ใหม่ แบบใหม่ และใหญ่กว่าเดิม

มาว่ากันถึงเรื่องของมิติรถสักหน่อย ภายใต้ดีไซน์ที่เปลี่ยนใหม่ และรูปแบบใหม่จากเดิมที่เป็นแฮทช์แบ็ก 5 ประตู มาเป็นซีดาน 4 ประตู ขนาดตัวก็ต่างไปจากเดิมด้วย ในรุ่น แฮทช์แบ็กนั้นมีความยาว ความกว้าง และความสูงอยู่ที่ 4,115 x 1,700 x 1,475 มม. ส่วนรุ่นซีดานหรือ ATIV นั้นมีมิติขนาดตัวอยู่ที่ 4,425 x 1,730 x 1,475 มม. ยาวกว่า 310 มม. กว้างกว่า 30 มม. ส่วนความสูงนั้นเท่ากัน ในส่วนของความยาวฐานล้อก็เท่ากันคือ 2,550 มม.

เป็นการเปรียบเทียบสัดส่วนให้เห็นถึงความต่างของตัวรถที่เป็นรูปธรรมให้ดูกันเท่านั้น เพราะจะว่าไปแล้วรุ่นใดก็ตามที่มีตัวถังทั้งแบบแฮทช์แบ็กและซีดาน รุ่นซีดานจะมีตัวถังที่ยาวกว่าอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ ที่น่าสนใจต้องไปเปรียบเทียบกับรถในพิกัดเดียวกันต่างค่าย ว่าแล้วลองไปเปรียบเทียบดูสักหน่อย

เปรียบเทียบขนาดตัวกับ Nissan Almera และ Suzuki Ciaz

ขนาดตัวของ Nissan Almera อยู่ที่ 4,425 x 1,695 x 1,500 มม. ความยาวฐานล้อ 2,600 มม.

ขนาดตัวของ Suzuki Ciaz อยู่ที่ 4,490 x 1,730 x 1,475 มม. ความยาวฐานล้อ 2,650 มม.

ถ้าดูตามตัวเลข ATIV กับ Almera นั้นมีความยาวที่เท่ากันเลย แต่ ATIV จะกว้างกว่า 35 มม. ส่วนฐานล้อของ Almera ยาวกว่า 50 มม. ทางด้าน ATIV กับ Ciaz มีความกว่าเท่ากัน แต่ตัวถังของ Ciaz จะยาวกว่า 65 มม. และฐานล้อยาวกว่า 100 มม.

อย่างที่บอกไปเป็นการเปรียบเทียบกันทางตัวเลข ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้ต่างกันมาก สูสีกัน ในขณะที่ Yaris ATIV ดูจะเหนือกว่าทั้งในเรื่องของความสดใหม่และความนิยมของแบรนด์

ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ ไฟท้าย LED

สีตัวรถของ โตโยต้า ยาริส เอทีฟ มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี โดยมีสี Dark Blue Mica Metallic เป็นสีใหม่ และอีก 6 สีที่มีให้เลือกคือ Gray Metallic, Silver Metallic, Quartz Brown Metallic, Super White, Attitude Black Mica และ Red Mica Metallic

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกในส่วนของไฟหน้ายังคงเป็นโคมแบบโปรเจกเตอร์เหมือนกับรุ่นแฮทช์แบ็ก แต่ว่ามาพร้อม LED Light Guiding และมีการรมดำเพิ่มความสปอร์ต (LED Light Guiding มีให้ในรุ่น G และ S แต่จะมีการรมดำเฉพาะรุ่น S เท่านั้น) ความพิเศษอีกอย่างของไฟหน้าคือมีการติดตั้งระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติมาให้ด้วย และมาพร้อมระบบ Follow-me-home

ไฟท้ายเป็นแบบ LED Light Guiding รมดำด้วยเช่นกัน เสาอากาศแบบครีบฉลาม กระจกมองข้างสีดำเปียโนแบล็กพร้อมแถบสีแดงและไฟเลี้ยว ส่วนมือเปิดประตูเป็นโครเมียม

ล้อและยางในรุ่น E, G และ S จะได้ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว มาพร้อมยางขนาด 185/60 R15

คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ ภายในสีดำ เบาะผ้าทรงสปอร์ต

สีภายในของ Toyota Yaris ATIV ทำออกมาให้เลือก 2 สีคือสีดำและสีเบจ โดยสีเบจจะมีให้เลือกในรุ่น E และ G แค่ 2 รุ่นนี้เท่านั้น ส่วนรุ่น J ECO, J และรุ่น S ก็จะมีเฉพาะสีดำ

ดีไซน์ของคอนโซลหน้าของ ATIV มีการออกแบบใหม่ ดูเค้าโคลงและเส้นสายอาจมีกลิ่นอายที่คล้ายๆ กับรุ่นแฮทช์แบ็กซึ่งเป็นดีไซน์เหมือนกับ Toyota Vios ด้วย แต่ก็ไม่ได้เหมือนกัน จุดแตกต่างที่ชัดเจนก็คือพื้นที่ตรงกลางที่ติดตั้งเครื่องเสียง ในรุ่นแฮทช์แบ็กดีไซน์ตรงส่วนนี้เครื่องเสียงกับช่องแอร์ตรงกลางจะเป็นออกแบบให้เชื่อมต่อกันและแยกจากคอนโซลกลางด้านล่างที่เป็นปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ แต่ใน ATIV ดีไซน์ตรงส่วนนี้จะเชื่อมต่อ ต่อเนื่องกันไปจนถึงส่วนของคอนโซลเกียร์ มีการตกแต่งขอบด้านข้างด้วยวัสดุสีเงิน

ในส่วนของมาตรวัดเป็นแบบเรืองแสง โดยรุ่น S เป็นรุ่นเดียวที่มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) แบบจอสี TFT ขนาด 4.2 นิ้วมาให้ มีระบบ Push Start และ Smart Entry (ในรุ่น S และ G) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและการใช้โทรศัพท์

ระบบเครื่องเสียงในรุ่น S เป็นรุ่นเดียวอีกเช่นกันที่รองรับ DVD และมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีช่องเชื่อมต่อให้ใช้งานทั้ง USB, HDMI และ Micro SD Card

วัสดุหุ้มเบาะในทุกรุ่นเป็นผ้าทั้งหมด แต่รุ่น S ในฐานะของรุ่นท็อปก็จะมีความพิเศษกว่ารุ่นอื่นตรงที่ได้ผ้าลายสปอร์ต และทรงของเบาะนั่งก็จะไม่ได้เหมือนกับรุ่นอื่นๆ เสียทีเดียวจะมีรูปทรงที่ดูสปอร์ตกว่า ตรงส่วนของส่วนเว้าส่วนโค้งหรือทรงของปีกเบาะที่จะไม่ได้เป็นทรงเรียบๆ และมีการเย็บด้วยด้ายสีแดง เย็บด้ายแดงทั้งในส่วนของเบาะนั่ง คอนโซล พวงมาลัย และที่แผงประตู เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้

ไปดูเบาะนั่งด้านหลังกันบ้าง พื้นที่วางเท้าจะเรียบเสมอกันทำให้การวางเท้าได้สะดวกขึ้น ดูกว้างขึ้น สิ่งที่หลายคนน่าจะให้ความสนใจคือความสบายของเบาะหลัง จากที่ผมลองนั่งดู ถือว่านั่งสบายในระดับหนึ่งตามแบบฉบับของรถซีดานที่รูปทรงและองศาของพนักพิงจะมีความสบายกว่าแฮทช์แบ็ก เรื่องการนั่งผมว่านั่งได้สบายในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าพื้นที่วางขาจะไม่ได้กว้างขึ้นกว่ารุ่นแฮทช์แบ็กเพราะมีความยาวฐานล้อเท่ากัน แต่ด้วยลักษณะท่านั่งที่ต่างไป องศาของพนักพิงที่ทำให้นั่งแล้วดูผ่อนคลายกว่า ระดับฐานเบาะที่ดูจะลาดต่ำกว่าก็ไม่ได้ทำพื้นที่วางขาเป็นสิ่งที่ทำให้การนั่งที่เบาะหลังจะไม่สบายหรือว่าดูอึดอัดอะไรมากนัก ที่เบาะนั่งด้านหลังมีหมอนรองศีรษะให้ 3 ตำแหน่ง สามารถปรับระดับได้ แต่เบาะนั่งตรงกลางพนักพิงไม่มีที่ท้าวแขน

พื้นที่วางสัมภาระด้านหลังกว้างพอประมาณ เมื่อเปิดแผ่นพื้นห้องสัมภาระขึ้นก็จะเป็นหลุ่มใส่ยางอะไหล่ โดยจะมีโฟมซึ่งเป็นที่เก็บเครื่องมือและมีช่องให้ใส่ของได้เล็กน้อย แต่ใน Toyota Yaris ATIV จะไม่มียางอะไหล่มาให้นะ แต่จะให้ชุดซ่อมยางฉุกเฉินมาให้แทน ให้แบบนี้เหมือนกันทุกรุ่น

ขุมพลัง 3NR-FE

เครื่องยนต์ยังเป็น 3NR-FE เหมือนเดิม เป็นขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ที่มีกำลังงาน 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Shift Lock อัตราทดต่างๆ เหมือนกับรุ่นแฮทช์แบ็ก

ช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม คอล์ยสปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์ ด้านหลังเป็นดรัม

ถุงลมนิรภัย 7 ใบในทุกๆ รุ่น

ระบบความปลอดภัยเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับ Toyota Yaris ATIV จากเดิมในรุ่นแฮทช์แบ็กจะมีให้เพียงระบบที่เรียกว่าเป็นระบบความปลอดภัยพื้นฐานมากๆ เช่น ระบบ ABS, EDB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า หรือเข็มขัดนิรภัย 3 จุด แต่ในครั้งนี้มีการเพิ่มหลายๆ ระบบเข้ามาให้ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC หรือระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC ซึ่งมีให้ ATIV ทุกรุ่นแม้แต่รุ่น J ECO

นอกจากนั้นยังมีถุงลมนิรภัยให้ถึง 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (2), ถึงลมนิรภัยด้านข้าง (2), ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (2) และถุงลมนิรภัยป้องกันเข่าสำหรับคนขับ (1) มีให้ในทุกรุ่นอีกเช่นกัน

ถ้ากำลังพิจารณาอีโคคาร์ซีดานสักคันหนึ่ง โดยเฉพาะหากชอบ Toyota Yaris หรือสนใจ Yaris Sedan อยู่แล้วถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในตอนนี้ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหรือรุ่นแฮทช์แบ็กในระดับราคาเท่าเดิมของรุ่น j ECO, J, E และ G ได้อะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย หรือจะเทียบกับคู่แข่งรุ่นอื่นก็ดูเหมือนว่า ATIV จะเป็นต่ออยู่เช่นกัน

ส่วนจะเลือกรุ่นไหนดีนั้น หรือว่าเลือกรุ่นท็อปอย่าง S AT ไปเลยดีไหม ถ้าไม่ได้เน้นเรื่องของระบบอำนวยความสะดวกมากนักในรุ่น E หรือ G ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะอย่างไรก็ได้ระบบสำคัญๆ เช่น ระบบความปลอดภัยเหมือนกับรุ่น S ในขณะที่ระบบอำนวยความสะดวกมีให้พอประมาณ อีกทั้งยังมีภายในให้เลือกทั้งสีดำและสีเบจด้วย แต่ถ้าคิดว่าเอาแบบจบๆ ไปเลย ได้ทุกอย่างที่รุ่นนี้มีให้เลือก เลือกรุ่น S ไปเลยก็เพิ่มจากรุ่น G เพียง 20,000 บาท

เช็กราคาและตารางผ่อน โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ได้ที่นี่

Toyota Yaris ATIV ราคาและตารางผ่อน

ติดตามข่าวสารกับ MotorShop ได้ที่

Facebook.com/MotorShop

Facebook Comments

Share This Post

Lost Password

Register